ทรัมป์ผลักดันอำนาจรัฐบาลกลางเพื่อสกัดประชาชนจากการฟ้องร้องผู้ก่อมลพิษ
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์เสนอแนวทางใหม่ระบุว่าพลเมืองทั่วไปไม่ควรมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าประชาชนไม่ควรมีสิทธิ์ฟ้องร้องผู้ก่อมลพิษ
- ข้อเสนอนี้มุ่งเน้นการจำกัดอำนาจการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมของภาคประชาชน
- ประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลด้านการตรวจสอบและถ่วงดุลทางกฎหมายสิ่งแวดล้อม
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงจุดยืนทางกฎหมายอย่างชัดเจนว่า ประชาชนทั่วไปไม่ควรมีสิทธิ์หรืออำนาจในการลุกขึ้นมาบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองอีกต่อไป ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการตีความและบังคับใช้กฎหมายปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาในอดีต
โดยปกติแล้ว กฎหมายสิ่งแวดล้อมหลายฉบับเปิดช่องให้ภาคประชาสังคมและประชาชนทั่วไปสามารถยื่นฟ้องร้องบริษัทหรือหน่วยงานที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้โดยตรง เพื่อชดเชยข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐที่มีทรัพยากรไม่เพียงพอในการตรวจสอบ แต่แนวทางใหม่จากกระทรวงยุติธรรมกลับมองว่าอำนาจดังกล่าวควรถูกจำกัดให้อยู่ในมือของภาครัฐแต่เพียงผู้เดียว
การจำกัดสิทธิ์การฟ้องร้องของประชาชน (Citizen suits) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในประวัติศาสตร์กฎหมายสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนและองค์กรอิสระสามารถตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมหรือผู้ก่อมลพิษได้โดยตรง หากข้อเสนอนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจทำให้การตรวจสอบการละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมพึ่งพาแต่หน่วยงานรัฐที่มีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายทางการเมืองเท่านั้น
การผลักดันนโยบายดังกล่าวอาจนำไปสู่ข้อถกเถียงทางกฎหมายครั้งใหญ่ระหว่างกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รัฐบาล และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เนื่องจากกลุ่มสิทธิพลเมืองมองว่านี่คือการตัดทอนเครื่องมือปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนในท้องถิ่น
ที่มา: Ars Technica
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น