ส่องสรรพคุณ ดอกกระเจียว ราชินีป่าฝน กับคุณประโยชน์สมุนไพรไทย
ทำความรู้จักดอกกระเจียวพืชพื้นบ้านฉายาราชินีป่าฝน ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่เต็มไปด้วยสรรพคุณทางยาและวิธีรับประทานที่หลากหลาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ดอกกระเจียวมีฉายาราชินีป่าฝนและเป็นสมุนไพรไทยพื้นบ้าน
- ช่วยขับลม แก้อ2การท้องอืด ท้องเฟ้อ และต้านอนุมูลอิสระ
- หัวใต้ดินหรือเหง้ามีสรรพคุณสมานแผลและบำรุงธาตุ
- ควรล้างทำความสะอาดและผ่านความร้อนก่อนรับประทาน
ดอกกระเจียวพืชพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามสะดุดตาเท่านั้น แต่ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีป่าฝน พร้อมทั้งพกพาคุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาที่สำคัญมาแบบเต็มเปี่ยม ซึ่งช่วยดูแลสุขภาพร่างกายในหลากหลายด้านตามตำรับสมุนไพรไทย
ในด้านระบบทางเดินอาหาร ดอกกระเจียวมีส่วนช่วยในการขับลมและแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เนื่องจากมีสารในกลุ่มน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในพืชตระกูลขิงและกระเจียว ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร พร้อมทั้งลดการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ดอกกระเจียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มพลาโวนอยด์ (Flavanoids) ซึ่งทำหน้าที่คอยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ช่วยชะลอวัย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งใยอาหาร (Fiber) ชั้นดีที่มีส่วนช่วยในระบบขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูก และช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของตำรายาไทยยังระบุเพิ่มเติมว่า เหง้าหรือหัวใต้ดินของกระเจียวมีฤทธิ์ช่วยสมานแผลภายใน ถอนพิษไข้ และช่วยบำรุงธาตุในร่างกายให้เกิดความสมดุล สำหรับการรับประทานดอกกระเจียวให้อร่อยและได้รับคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด นิยมใช้ส่วนของดอกอ่อนและหน่ออ่อนมาปรุงอาหาร
- ดอกอ่อน: นิยมนำมาลวกจิ้มน้ำพริก แกงส้ม หรือแกงเผ็ด โดยควรลวกในน้ำร้อนพอสุกเพื่อรักษาความกรอบและลดรสปร่า
- หน่ออ่อน: นิยมนำมาผัดน้ำมันหอย หรือนำไปต้มกับต้มยำ ให้รสสัมผัสกรุบกรอบและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
การบริโภคผักพื้นบ้านอย่างดอกกระเจียวไม่เพียงแต่ช่วยสืบทอดภูมิปัญญาอาหารไทย แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของพืชพรรณตามฤดูกาลที่เติบโตได้ดีในช่วงหน้าฝน ซึ่งธรรมชาติได้รังสรรค์สารอาหารและสมุนไพรที่สอดรับกับความต้องการของร่างกายในช่วงเวลานั้นๆ พอดี
แม้ว่าดอกกระเจียวจะเป็นผักพื้นบ้านที่มีประโยชน์สูง แต่สำหรับข้อแนะนำในการรับประทานสด ควรล้างทำความสะอาดให้ถี่ถ้วนเนื่องจากเป็นพืชที่เจริญเติบโตใกล้พื้นดิน ซึ่งอาจมีเศษดินหรือไข่พยาธิปนเปื้อน การนำไปลวกสุกหรือผ่านความร้อนก่อนรับประทานจึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและทำให้ร่างกายย่อยได้ง่ายขึ้น
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น