อรรถพล สั่งตั้ง กก. สอบหัวหน้าอุทยานฯ สิมิลัน ปมอนุญาต ‘วีระ’ พักแรมฝ่าฝืนประกาศ
กรมอุทยานฯ ขยับตรวจสอบปม ‘วีระ ธีระภัทรานนท์’ เข้าพักแรมบนเกาะสิมิลันเมื่อ 4 ปีก่อน หลังอภิปรายพาดพิงคุณภาพบริการ ส่อขัดประกาศปิดพื้นที่พักแรมเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหัวหน้าอุทยานฯ สิมิลัน
- ปมอนุญาตให้ ‘วีระ ธีระภัทรานนท์’ และคณะเข้าพักแรมบนเกาะเมื่อราว 4 ปีก่อน
- การอนุญาตดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนประกาศปิดพักแรมที่มีผลบังคับใช้มานาน 8 ปี
จากกรณีที่นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้อภิปรายสะท้อนมุมมองจากการเดินทางไปท่องเที่ยวพักแรมในอุทยานแห่งชาติสิมิลันเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยวิจารณ์คุณภาพการบริการและที่พักอย่างดุเดือด พร้อมเสนอให้พิจารณานำรูปแบบการบริหารจัดการแบบเอกชนเข้าร่วมลงทุน (PPP) นั้น ส่งผลให้ทางหน่วยงานต้นสังกัดต้องออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า แม้ทางกรมฯ จะขอบคุณข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากกมธ. แต่ในขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นต้องตรวจสอบกระบวนการทำงานภายในอย่างรอบด้าน โดยได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันในขณะนั้น ได้อนุญาตให้นายวีระและคณะเข้าพักแรมในพื้นที่เกาะสิมิลัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การอนุญาตดังกล่าวถูกตั้งประเด็นว่าเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ปิดการพักแรมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ลงวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561 และมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลารวม 8 ปีเต็มแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาขยะและน้ำเสีย รวมถึงฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลให้กลับมาสมบูรณ์ โดยกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเปิดรองรับเฉพาะการท่องเที่ยวแบบไป-กลับ หรือ One-day trip เท่านั้น
"เลวทรามมาก"
วีระ ธีระภัทรานนท์
การบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลในประเทศไทยมักเผชิญความท้าทายระหว่างการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กรณีเกาะสิมิลันซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำระดับโลกเคยประสบปัญหาขยะล้นเกาะและปะการังเสื่อมโทรม จนนำมาสู่ประกาศเด็ดขาดในการยกเลิกการพักค้างแรมบนเกาะตั้งแต่ปี 2561 การที่เจ้าหน้าที่รัฐอนุญาตให้บุคคลใดเข้าพักแรมเป็นกรณีพิเศษจึงกลายเป็นประเด็นข้อกฎหมายและความโปร่งใสที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัด
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ทางกรมฯ พร้อมน้อมรับทุกข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชน แต่ทุกขั้นตอนและการดำเนินงานทั้งหมดจะต้องอยู่ภายใต้กรอบระเบียบของทางราชการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดและรอบคอบที่สุด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น