บทบรรณาธิการชำแหละขบวนการทุนจีนเทาเจาะเกาะรั้วมหาวิทยาลัยไทย
สภาสถาบันอุดมศึกษาแฉพฤติกรรมกลุ่มทุนสีเทาแสวงหาประโยชน์ในมหาลัย ด้าน อว. สั่งลุยตรวจด่วนปมหลักสูตรลัดและวีซ่าผี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาแฉทุนจีนเทาเจาะฐานมหาวิทยาลัย
- ทำหลักสูตรลัดจบ ม.3 เรียน 5 ปีรับปริญญา พร้อมเก็บค่าเรียนแพงลิบ
- หวั่นหลักสูตรเป็นช่องทางสวมสิทธิ์วีซ่าเอื้อทุนผิดกฎหมาย
- นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สั่ง อว. และความมั่นคงลุยสอบด่วน
ปมร้อนในวงการการศึกษาไทยเกิดขึ้นเมื่อกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการทุนจีนเทาที่พยายามแทรกซึมเข้ามาหาผลประโยชน์ในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งสังคมและหน่วยงานภาครัฐต้องเร่งตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากข้อกล่าวหามีความรุนแรงและกระทบต่อระบบการศึกษาโดยตรง เริ่มตั้งแต่การแอบอ้างชื่อมหาวิทยาลัยไปเซ็นบันทึกความร่วมมือกับกลุ่มทุนจีนโดยไม่ผ่านมติเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย รวมถึงปัญหาการบริหารงานที่ขาดธรรมาภิบาลและการใช้อำนาจโดยมิชอบภายในสถาบัน
ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างมากคือการจัดตั้งหลักสูตรพิเศษเพื่อดึงดูดนักศึกษาจีนโดยเฉพาะ โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 สามารถเข้ามาเรียนต่อเพียง 5 ปีก็จะได้รับปริญญาตรีทันที พร้อมกันนี้ยังมีการเรียกเก็บค่าเล่าเรียนสูงกว่าหลักสูตรปกติทั่วไปหลายเท่าตัว โดยมีข้อกล่าวหาว่าเงินส่วนต่างมหาศาลถูกนำไปใช้ดูแลนักศึกษาหรือแม้กระทั่งใช้จ้างทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งหากเรื่องเหล่านี้เป็นความจริง จะเป็นการทำลายมาตรฐานการศึกษาและบิดเบือนคุณค่าของวุฒิปริญญาอย่างร้ายแรง
ปรากฏการณ์การใช้สถาบันการศึกษาเป็นฉากบังหน้าในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายทุนสีเทาพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายให้มีความซับซ้อนขึ้น ผ่านการอาศัยช่องโหว่ด้าน administrative oversight และความต้องการรายได้ของสถาบันอุดมศึกษาบางแห่ง การตรวจสอบจึงต้องมองเลย ไปถึงโครงสร้างการอนุมัติหลักสูตรและการเชื่อมโยงกับเครือข่ายนอกประเทศ
นอกจากปัญหาด้านหลักสูตรแล้ว ยังมีข้อสงสัยว่าหลักสูตรดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นช่องทางสวมสิทธิ์เพื่อขอวีซ่านักศึกษาและผู้ติดตาม ให้บุคคลต่างชาติเข้ามาพำนักหรือทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ส่งผลให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นประตูเปิดทางให้เครือข่ายทุนสีเทาเข้ามาเคลื่อนไหว ซ้ำร้ายยังพบปัญหาการใช้อิทธิพลภายในองค์กร การกลั่นแกล้งผู้พยายามตรวจสอบ และการปกปิดข้อมูล ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาได้ลุกลามไปยังระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้นเรียบร้อยแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยแห่งเดียว แต่ยังสั่นคลอนภาพลักษณ์ระบบอุดมศึกษาไทย ความมั่นคงของประเทศ และความเชื่อมั่นของนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาด้วยความสุจริตใจ อย่างไรก็ตาม การที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมขยายผลดูเรื่องหลักสูตร การรับนักศึกษาต่างชาติ การออกวีซ่า และประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทันต่อสถานการณ์
หากการตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดจริง จะต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขยายผลเจาะลึกไปยังสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศว่ามีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันนี้หรือไม่ เพื่อปกป้องหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยในการสร้างความรู้และอนาคตของประเทศต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น