ข้ามไปเนื้อหาหลัก

บีโอไอการันตีผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยรับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมต่างชาติ ลุยหนุนเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV

บีโอไอชี้แจงมาตรการส่งเสริมการลงทุนเปิดกว้างทุกสัญชาติ มุ่งพิจารณาคุณภาพโครงการและประโยชน์ของประเทศ พร้อมเผย 4 กลไกช่วยผู้ประกอบการไทยปรับตัวรับคลื่นรถยนต์ไฟฟ้า

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
25 Jul 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 27 Jul 2026
แชร์
บีโอไอการันตีผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยรับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมต่างชาติ ลุยหนุนเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • บีโอไอยืนยันพิจารณาโครงการลงทุนจากคุณภาพ ไม่ใช่สัญชาติ
  • ผู้ประกอบการไทยเดิมยื่นขอรับการส่งเสริมปรับปรุงเครื่องจักรและเทคโนโลยีได้
  • กำหนดเงื่อนไขการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) 40-45%
  • สนับสนุนการร่วมทุนไทย-ต่างชาติและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยถึงข้อกังวลของผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยเกี่ยวกับข้อจำกัดในการขอรับการส่งเสริมการลงทุนและความแตกต่างระหว่างผู้ผลิตไทยกับต่างชาติ ในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์เผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งคำสั่งซื้อชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ลดลง ปัญหาด้านสภาพคล่อง และต้นทุนเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

บีโอไอยืนยันว่าการส่งเสริมการลงทุนครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยพิจารณาจากมิติของผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต เทคโนโลยี เงินลงทุน ความเป็นไปได้ของโครงการ และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้ตามหลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมมีมาตรการผ่อนปรนและให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเป็นแต้มต่อสำหรับ SMEs ไทย

automated robotic factory industrial manufacturing
20%สัดส่วนถือหุ้นขั้นต่ำของนิติบุคคลไทยในมาตรการร่วมทุน
40-45%สัดส่วนการซื้อชิ้นส่วนในประเทศตามมาตรการ Local Content

นายนฤตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยเปิดกว้างมากว่า 60 ปี มีบริษัทชั้นนำจากทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ยุโรป อเมริกา รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยหลายรายที่ได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท, อาปิโก ไฮเทค, สมบูรณ์ กรุ๊ป, ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้, ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์, สามมิตรออโตพาร์ท, พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป, ไทยสตีลเคเบิล และพนัส แอสเซมบลีย์ โดยทุกโครงการต้องพิสูจน์ได้ว่ามีการลงทุนจริง มีกระบวนการผลิตในประเทศ และสร้างประโยชน์จริง

“อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย” เป็นอุตสาหกรรมที่เปิดกว้างมากว่า 60 ปี ที่ผ่านมามีบริษัทชั้นนำจากหลายประเทศได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย... และผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยหลายรายที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไออย่างต่อเนื่องหลายสิบโครงการ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของผู้ผลิตชิ้นส่วนแบบดั้งเดิม (OEM) ที่พึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปภายใน เนื่องจากชิ้นส่วนบางประเภท เช่น เครื่องยนต์และระบบไอเสีย จะมีความต้องการลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่บีโอไอเปิดโอกาสให้โรงงานเดิมสามารถขอรับสิทธิประโยชน์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ใช้ระบบอัตโนมัติ และต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ เช่น อากาศยาน เครื่องมือแพทย์ หรือหุ่นยนต์ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยให้ซัพพลายเชนไทยรอดพ้นจากภาวะ Disruption และเติบโตต่อไปได้ในเวทีโลก

สำหรับแนวทางช่วยเหลือผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย บีโอไอดำเนินงานผ่าน 4 กลไกสำคัญ ได้แก่:

  • การส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพและเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี นำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการผลิต
  • มาตรการส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยและต่างชาติ โดยนิติบุคคลไทยต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
  • มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพิ่มการซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศร้อยละ 40-45 สำหรับผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
  • การเชื่อมโยงผู้ซื้อกับผู้ผลิตไทย ผ่านงาน SUBCON Thailand และกิจกรรม Sourcing Day เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตไทยเข้าสู่ Approved Vendor List

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้