ข้ามไปเนื้อหาหลัก

รัดเกล้า เตือนเหตุกราดยิงโรงเรียน สัญญาณวิกฤตสุขภาพจิตเด็กที่สังคมต้องเร่งแก้

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกโรงชี้เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่วอนทุกภาคส่วนเร่งสร้างระบบป้องกันสุขภาพจิตก่อนสายเกินแก้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
08 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
รัดเกล้า เตือนเหตุกราดยิงโรงเรียน สัญญาณวิกฤตสุขภาพจิตเด็กที่สังคมต้องเร่งแก้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
  • ชี้เหตุกราดยิงไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องโดดๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนวิกฤตสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน
  • เสนอให้บรรจุหลักสูตรสุขภาพจิตและการสังเกตสัญญาณเตือนภัยลงในระบบการศึกษาไทย
  • ย้ำปัญหาความรุนแรงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบครอบครัว โรงเรียน และภาครัฐ

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อแสดงความอาลัยและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้ที่ต้องสูญเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงในลักษณะนี้ได้สั่นคลอนความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรุนแรง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางนักการเมืองสาวได้เน้นย้ำว่าเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ไม่ควรถูกมองข้ามหรือปล่อยผ่านให้เป็นเพียงแค่เหตุการณ์โดดๆ ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วจางหายไป แต่ทว่ามันคือสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านสุขภาพจิต ความรุนแรง และความเปราะบางทางจิตใจของกลุ่มเด็กและเยาวชนในประเทศไทย ที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องเร่งหันมาจัดการและรับมืออย่างจริงจังเสียที

"เราต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า ผู้ใหญ่กำลังทำอะไร และเราจะรอให้มีผู้สูญเสียเพิ่มขึ้นอีกกี่ครั้ง"

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
Bangkok classroom education environment

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา สังคมไทยต้องเผชิญกับข่าวคราวที่เด็กและเยาวชนจำนวนมากตกอยู่ภายใต้ภาวะความเครียดสะสม จนนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง การจบชีวิต หรือแม้แต่การก่อเหตุรุนแรงทำร้ายผู้อื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้ยังลุกลามเข้ามาถึงพื้นที่ปลอดภัยอย่างสถานศึกษา ส่งผลให้ทั้งคุณครูและนักเรียนต้องกลายเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรงจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

วิกฤตความรุนแรงในสถานศึกษาและปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ซึ่งมักเริ่มต้นจากความกดดันรอบตัว ทั้งในครอบครัว โรงเรียน และสภาพสังคมออนไลน์ การสร้างระบบคัดกรองเบื้องต้นและการฝึกอบรมให้ครูสามารถสังเกตความผิดปกติทางอารมณ์ของเด็กจึงเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยลดอัตราการเกิดเหตุรุนแรงรุนแรงได้ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนยากเกินเยียวยา

นางรัดเกล้าได้เสนอแนวทางแก้ไขว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากการรอแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหลังเกิดเหตุ ไปสู่การสร้างระบบป้องกันเชิงรุกอย่างจริงจัง โดยสนับสนุนให้นำเรื่องสุขภาพจิต การสังเกตสัญญาณเตือนอันตราย การรับมือกับการกลั่นแกล้ง หรือบูลลี่ รวมถึงช่องทางการแจ้งเหตุที่ปลอดภัย เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรในระบบการศึกษา เพื่อให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจ กล้าที่จะสื่อสาร กล้าแจ้งเบาะแส และมีกลไกเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ในตอนท้าย ทางรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ปัญหาความรุนแรงนี้ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของเด็กหรือคุณครูฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของระบบนิเวศน์การเรียนรู้ทั้งระบบ ตั้งแต่สถาบันครอบครัว โรงเรียน สังคม ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องร่วมมือกันสร้าง Learning Ecosystem เพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังอีกต่อไป

"เราไม่ควรรอให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มแล้วจึงประชุม ไม่ควรรอให้ครูคนต่อไปออกมาโพสต์ว่า ไม่ไหวแล้ว และไม่ควรรอให้ เด็กอีกคน หยิบอาวุธขึ้นมา แล้วจึงตั้งคำถามว่า ทำไมไม่มีใครรู้มาก่อน ทั้งที่สัญญาณเตือนมีมานานแล้ว คำถามคือ เราจะลงมือป้องกันเมื่อไร"

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้