รู้จัก มะกล่ำตาแดง สมุนไพรใบมีประโยชน์ แต่เมล็ดอันตรายถึงชีวิต
เจาะลึกสรรพคุณและพิษร้ายของมะกล่ำตาแดง พืชป่าสีสันสะดุดตาที่ต้องระวังเป็นพิเศษในเด็กเล็กและนักเดินป่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- มะกล่ำตาแดงเป็นพืชป่าสีสันสะดุดตาแต่ซ่อนพิษร้ายแรงไว้ในเมล็ด
- ใบและรากมีรสหวานเคยถูกใช้ในตำรับยาพื้นบ้านเพื่อแก้อาการไอและเจ็บคอ
- สารพิษในเมล็ดหากกลืนหรือเคี้ยวอาจทำให้ตับและไตวายได้ถึงขั้นเสียชีวิต
- ควรให้ความรู้แก่เด็กๆ ห้ามอมหรือกินเมล็ดไม้ป่าที่มีสีสันสวยงามเด็ดขาด
มะกล่ำตาแดง หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า Rosary Pea ถือเป็นพรรณไม้ที่สะดุดตาผู้พบเห็นด้วยสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ด แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูงดงามชวนมอง แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นกลับแฝงไปด้วยพิษภัยที่อันตรายอย่างยิ่ง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพืชชนิดนี้จึงมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางไกลหรือครอบครัวที่มีเด็กเล็กซึ่งอาจเผลอนำเมล็ดเข้าปากโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
อ้างอิงจากฐานข้อมูลสมุนไพรไทยระบุว่า แม้ส่วนเมล็ดจะมีพิษร้ายแรง แต่ส่วนอื่นๆ ของต้นมะกล่ำตาแดงก็เคยถูกหยิบยกมาใช้ประโยชน์ในตำรับยาพื้นบ้านอยู่บ้าง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ใบและรากมีรสหวาน นำมาต้มดื่มเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ อาการไอ และช่วยขับเสมหะ แต่ต้องใช้งานด้วยความระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
- ในอดีต เมล็ดของมะกล่ำตาแดงที่มีน้ำหนักค่อนข้างสม่ำเสมอเคยถูกใช้เป็นเครื่องชั่งตวงวัดสำหรับทองคำและอัญมณีมีค่า
- เมล็ดสีสวยยังนิยมนำมาเจาะรูร้อยเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ หรือใช้ทำสายสิญจน์ตามความเชื่อในบางวัฒนธรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมุมมองด้านพฤกษศาสตร์และพิษวิทยา เมล็ดของมะกล่ำตาแดงมีสารพิษประเภทกلاซีบิวทิน (Abrin) ซึ่งเป็นโปรตีนยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีนในเซลล์ มีความรุนแรงสูงมากแม้ได้รับในปริมาณเพียงน้อยนิด การเคี้ยวเมล็ดจะทำให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วกว่าการกลืนทั้งเมล็ดที่เปลือกยังไม่แตก การระมัดระวังและการสังเกตพืชป่าลักษณะนี้จึงเป็นเกราะป้องกันอันตรายที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว
สำหรับอาการของผู้ที่ได้รับพิษจากเมล็ดมะกล่ำตาแดง มักจะเริ่มต้นด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง มีอาการปวดท้อง และท้องร่วงซึ่งอาจมีเลือดปนออกมาด้วย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบรักษา ผู้ป่วยอาจเข้าสู่ภาวะช็อก ตับวาย และไตวายได้ในที่สุด
หากพบเหตุการณ์ที่มีผู้กลืนเมล็ดมะกล่ำตาแดงลงไป โดยเฉพาะกรณีที่มีการเคี้ยวเมล็ดจนแตกละเอียด ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันที พร้อมกับนำตัวอย่างพืชหรือเมล็ดติดตัวไปให้แพทย์ตรวจสอบด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านอย่างเด็ดขาด
แนวทางป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความตระหนักรู้แก่คนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ให้เข้าใจว่าพืชป่าหรือเมล็ดไม้ที่มีสีสันสวยงามตามธรรมชาตินั้นไม่ใช่ทุกชนิดที่จะสามารถนำมารับประทานหรือนำมาอมเล่นได้
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น