ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ถอดรหัส BCG ทางรอดองค์กรยุค AI First ปี 2026: ROI หรือดับสูญ

เจาะลึกมุมมองจาก BCG เผยผลสำรวจงบลงทุน AI ปี 2026 ที่พุ่งก้าวกระโดด พร้อมทางรอดองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์และการรับมือ Agentic AI

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Jul 2026ที่มา: Techsauce4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
ถอดรหัส BCG ทางรอดองค์กรยุค AI First ปี 2026: ROI หรือดับสูญ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • สัดส่วนการลงทุนด้าน AI ขององค์กรทั่วโลกเติบโตแบบก้าวกระโดดและเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว
  • 94% ขององค์กรทั่วโลกยืนยันเดินหน้าอัดฉีดงบ AI ต่อเนื่องแม้ยังไม่เห็นกำไรชัดเจนในปี 2026
  • 72% ของ CEO ประกาศตนเป็นผู้ตัดสินใจหลักด้าน AI ด้วยตนเองเพื่อความมั่นคงในเก้าอี้บริหาร
  • AI Agent ในปี 2026 ก้าวกระโดดขึ้นเทียบเท่าความสามารถของพนักงานระดับ Mid-level

การอัดฉีดเม็ดเงินลงในโปรเจกต์ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ แต่คำถามที่ผู้บริหารระดับสูงทุกคนต่างเฝ้าถามคือ การลงทุนมหาศาลนี้จะนำพาองค์กรไปสู่ผลตอบแทนหรือ ROI ที่จับต้องได้จริง หรือจะเป็นเพียงการละลายงบประมาณทิ้งไปเฉย ๆ ประเด็นร้อนนี้ถูกหยิบยกมาถกกันอย่างเข้มข้นในงานเสวนาประจำไตรมาสของ H.O.W. Bangkok (House of Wisdom) ภายใต้หัวข้อ Burning Platform: Corporate Survival Guide in the Age of AI ซึ่งจัดร่วมกับ Boston Consulting Group (BCG)

งานดังกล่าวรวบรวมผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจมาไว้ด้วยกันเพื่อหาทางรอด โดยมีข้อมูลเชิงลึกจาก Johannes Goltsche, Managing Director & Partner ประจำสิงคโปร์ของ BCG X ผู้ดูแลงานด้าน Generative AI และ AI-driven Customer Engagement ให้กับลูกค้าระดับภูมิภาคอาเซียนและเอเชียแปซิฟิก ทั้งในกลุ่ม Telco, Media, Tech และ Insurance มาถ่ายทอดบทเรียนจากผู้บริหารหลายพันคนทั่วโลก

จากการสำรวจผู้บริหารเกือบ 2,000 คนทั่วโลกโดย BCG เผยให้เห็นว่าสัดส่วนการลงทุนด้าน AI เทียบกับรายได้ต่อปีขององค์กรเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด มากกว่าเท่าตัวภายในเวลาเพียงปีเดียว โดยทุกอุตสาหกรรมไม่มีทีท่าว่าจะชะลอหรือถอยหลังแต่อย่างใด

futuristic technology data analytics dashboard
94%ขององค์กรทั่วโลกเดินหน้าอัดฉีดงบ AI ต่อเนื่องในปี 2026
72%ของ CEO ลงมาเป็นผู้ตัดสินใจหลักด้าน AI ด้วยตนเอง

สถิติที่น่าสนใจคือ 94% ขององค์กรทั่วโลกยืนยันว่าจะยังคงอัดฉีดงบใน AI ต่อไป แม้ผลตอบแทนจะยังไม่สะท้อนกลับมาเป็นกำไรในงบการเงินปี 2026 นี้ก็ตาม ในกลุ่มที่มีแนวโน้มปรับเปลี่ยนแผน มีเพียง 6% เท่านั้นที่เลือกถอนการลงทุน ขณะที่ 70% เลือกเดินหน้าต่อพร้อมปรับกลยุทธ์ และอีก 24% เลือกอัดฉีดทรัพยากรพร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาเสริมทัพ สะท้อนว่าผู้นำมอง AI เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างระยะยาว

นอกจากนี้ โครงสร้างการบริหารจัดการภายในก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่มักโยนภาระให้ฝ่าย IT หรือ Chief Information Officer (CIO) เป็นหลัก แต่ผลสำรวจพบว่า 72% ของ CEO ลงมาคุมบังเหียนเป็นผู้ตัดสินใจหลักด้าน AI ด้วยตนเอง เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากปีก่อนหน้า เนื่องจาก 50% ของ CEO ยอมรับตรง ๆ ว่าความมั่นคงในเก้าอี้บริหารขึ้นอยู่กับการวางกลยุทธ์ AI ให้ถูกทิศทาง แม้จะเผชิญแรงกดดันสูง แต่ 82% ของ CEO กลับมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับศักยภาพของ AI ในการสร้าง ROI มากกว่าปีที่ผ่านมา

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ CEO ต้องลงมาบริหารจัดการ AI ด้วยตนเองสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียงเครื่องมือไอทีไปสู่ระดับยุทธศาสตร์องค์กร การตัดสินใจผิดพลาดหรือช้าเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดอย่างรุนแรง ผู้นำจึงต้องมีความเข้าใจทั้งในแง่ศักยภาพของเทคโนโลยีและข้อจำกัดเพื่อบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ

เพื่อเปลี่ยนเงินลงทุนให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจ องค์กรทั่วโลกต้องประยุกต์ใช้ AI ผ่าน 3 แนวทางหลักเชิงกลยุทธ์ร่วมกัน เพื่อขยายผลจากการเปลี่ยนแปลงในระดับแผนกไปสู่การทำ Transformation แบบ End-to-End ทั่วทั้งองค์กร อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญในงานคือการฉายภาพความเร็วของ Agentic AI ผ่านเส้นกราฟ Agent Capability Curve ที่วัดศักยภาพของ AI Agent ในการคิด วางแผน และลงมือทำงานซับซ้อนต่อเนื่องได้ด้วยตัวเอง

หากย้อนกลับไปในปี 2023 AI Agent ทำงานแทนมนุษย์ได้ในระดับภารกิจ 5 นาที ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็น 1 ชั่วโมง และ 10 ชั่วโมงตามลำดับ จนกระทั่งในปี 2026 นี้ AI Agent ก้าวกระโดดขึ้นมาทำงานในระดับที่มนุษย์ต้องใช้เวลาถึง 100 ชั่วโมงในการใช้เหตุผล ไปจนถึงงานระดับ 1,000 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งเทียบเท่ากับศักยภาพของพนักงานระดับ Mid-level อย่างน่าทึ่ง

BCG ประเมินว่าการพัฒนาที่พุ่งขึ้นราว 1,000 เท่าในช่วง 30 เดือนนี้ จะช่วยสร้าง Productivity เพิ่มขึ้นให้กับภาคธุรกิจเกินกว่า 30% และส่งผลกระทบต่อ GDP โลกมากกว่า 2% ภายในกรอบเวลา 5 ปีขึ้นไป ความสามารถที่พุ่งทะยานนี้บีบให้ทีมบริหารต้องเผชิญกับโจทย์ความตึงเครียดทางการบริหาร ทั้งเรื่องการเลือกใช้ AI ระหว่างการทำตามกฎเพื่อเน้นปริมาณกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อความยืดหยุ่น รวมถึงการบริหารความสมดุลระหว่างการควบคุมงานแบบรัดกุมกับการปล่อยให้ AI ทำงานเองอย่างอิสระ

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้