ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ไผ่-พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ ขยายพรมแดนธุรกิจลักชัวรี ทุ่ม 70 ล้านปั้นเรือ PISCES ลุยท่องเที่ยวพรีเมียมอันดามัน

เจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของนักธุรกิจรุ่นใหม่แห่งตระกูลปังศรีวงศ์ ผู้ต่อยอดความผูกพันกับทะเลอันดามันสู่การเปิดตัวเรือคาตามารันสุดหรูลำใหม่ Cape Odyssey

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Aug 2026ที่มา: Thairath Lifestyle4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ไผ่-พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ ขยายพรมแดนธุรกิจลักชัวรี ทุ่ม 70 ล้านปั้นเรือ PISCES ลุยท่องเที่ยวพรีเมียมอันดามัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ ทุ่มงบประมาณ 70 ล้านบาท เปิดตัวบริษัท เคป โอดีสซี จำกัด และเรือคาตามารันสุดหรู "PISCES"
  • เรือมีความยาว 26 เมตร กว้าง 10.8 เมตร รองรับผู้โดยสารสูงสุด 70 คน และจำกัดทริปท่องเที่ยวร่วมกันไม่เกิน 45 คน
  • ชูจุดเด่นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ควบคู่กับกิจกรรมเก็บขยะทะเลและปลูกป่าโกงกาง
  • ให้บริการแพ็กเกจพรีเมียมไพรเวตชาร์เตอร์เริ่มต้น 250,000 บาทสุทธิสำหรับ 30 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

การดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้มองแค่เรื่องผลกำไรอีกต่อไป แต่ต้องสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม นี่คือวิสัยทัศน์ของ "ไผ่-พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์" ผู้บริหารไฟแรงแห่งตระกูลปังศรีวงศ์ ผู้เติบโตมากับท้องทะเลอันดามันตั้งแต่วัยเด็ก โดยได้รับการปลูกฝังความเคารพต่อความยิ่งใหญ่และธรรมชาติอันแปรปรวนของมหาสมุทรจากคุณพ่อ (ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์) จนกลายมาเป็นแรงผลักดันในการสร้างหมุดหมายใหม่ให้กับวงการลักชัวรีไลฟ์สไตล์ในเมืองไทย ผ่านการพัฒนาธุรกิจ "จอห์น เกรย์ ซี แคนู" ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

จากความคลุกคลีในพื้นที่ท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต พงศ์วรุตม์สังเกตเห็นโอกาสเติบโตของตลาดเรือคาตามารัน จึงใช้เวลาศึกษาตลาด สำรวจคู่แข่ง และตระเวนหาอู่ต่อเรือทั้งในภูเก็ต ระยอง และพัทยานานกว่า 3 เดือน ก่อนจะได้รับไฟเขียวจากครอบครัว ทั้งคุณพ่อและพี่สาว (ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล) ให้ก่อตั้งบริษัท เคป โอดีสซี จำกัด พร้อมใช้เวลาในการต่อเรือและตกแต่งภายในนานราว 1 ปีครึ่ง ด้วยเงินลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท โดยนำเอาแรงบันดาลใจจากราศีมีน ซึ่งเป็นราศีเกิดของตนและพี่ชายฝาแฝด (พร้าว) มาสะท้อนผ่านสัญลักษณ์ปลาสองตัวแหวกว่ายเข้าหากัน สื่อถึงความสมดุลและความเชื่อมโยงในท้องทะเล เช่นเดียวกับเครือโรงแรม Cape Hotel Collection

Thailand luxury catamaran interior teak deck Phuket

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

70 ลบ.เงินลงทุนสร้างเรือคาตามารัน
26 ม.ความยาวของเรือ PISCES
45 คนจำนวนผู้โดยสารสูงสุดต่อทริปแบบร่วม

สำหรับเรือคาตามารันที่มีชื่อว่า "PISCES" ลำนี้ มีความยาว 26 เมตร และกว้าง 10.8 เมตร จัดเป็นหนึ่งในเรือคาตามารันขนาดใหญ่ที่สุดที่ให้บริการในจังหวัดภูเก็ต ตัวลำเรือสร้างจากไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง น้ำหนักเบา ให้การแล่นที่นิ่ง เงียบ และลื่นไหลเหนือผิวน้ำ แตกต่างจากเรือโครงสร้างเหล็กทั่วไป พื้นดาดฟ้าปูด้วยไม้สักแท้ ออกแบบภายใต้ 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ วิวพาโนรามาไร้สิ่งบดบัง พื้นที่เปิดโล่งอย่างมีรสนิยม และการเดินทางที่ราบรื่นนุ่มนวล ภายในประกอบด้วยซาลูนขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยกระจกบานกว้าง 360 องศา พร้อมระบบปรับอากาศและเครื่องเสียงคุณภาพสูง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"เราเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดในบริเวณใกล้เคียงท่าเรืออ่าวปอ และเก็บขยะชายหาดในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ด้วยศักยภาพและความพร้อมของทีมงานที่มีอยู่ ทำให้มองไปไกลว่าเราน่าจะสามารถเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมในแถบอ่าวพังงา"

พงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์

ในด้านการให้บริการ "PISCES" ฉีกกฎจากเรือหรูทั่วไปด้วยการจำกัดจำนวนผู้โดยสารทริปท่องเที่ยวร่วมกันไม่เกิน 45 คน (จากความจุสูงสุด 70 คน) เพื่อความเป็นส่วนตัว จัดวางที่นั่งเป็นโต๊ะแยกสำหรับกลุ่มเล็ก ครอบคลุมเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เกาะนาคา, เขาตะปู, เกาะพนัก, เกาะห้อง, หน้าผาหินปูน, ถ้ำทะเล และลากูนลับ นอกจากนี้ยังมีบริการ "พรีเมียม ไพรเวต ชาร์เตอร์" สำหรับการเหมาลำส่วนตัว เริ่มต้นราคา 250,000 บาทสุทธิ สำหรับ 30 คน สามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้ตามต้องการ เช่น เกาะพีพี, เกาะไข่ และเกาะราชา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็ม เช่น บูธดีเจ ฟลายบริดจ์หลายระดับ สระว่ายน้ำลอยทะเล เตียงอาบแดด และอุปกรณ์กิจกรรมทางน้ำครบครัน

การรุกตลาดลักชัวรีทัวริซึมผ่านเรือคาตามารันขนาดใหญ่นี้สะท้อนให้เห็นภาพการปรับตัวของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในไทย ที่ไม่ได้มองแค่การสร้างผลกำไรจากการบริการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ แต่เลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูง (High-end) พร้อมๆ กับการสร้างจุดขายด้านความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก การผสานระหว่างวิศวกรรมการต่อเรือสมัยใหม่กับกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จึงเป็นโมเดลธุรกิจที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยให้เติบโตในระยะยาว

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้