ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Meta งานเข้า! แบนคอนเทนต์จากแว่นตาอัจฉริยะบน Instagram หลังถูกใช้คุกคามคนแปลกหน้า

Meta เผชิญโจทย์ยากในการคัดกรองเนื้อหา หลังแว่นตาอัจฉริยะของบริษัทถูกกลุ่มผู้ใช้บางส่วนนำไปถ่ายคลิปจีบและแกล้งคนแปลกหน้าลงโซเชียล

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
25 Jul 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 02 Aug 2026
แชร์ (1)
Meta งานเข้า! แบนคอนเทนต์จากแว่นตาอัจฉริยะบน Instagram หลังถูกใช้คุกคามคนแปลกหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Meta เตรียมแบนคอนเทนต์บางประเภทที่ถ่ายด้วยแว่นตาอัจฉริยะออกจาก Instagram
  • ปัญหาเกิดจากผู้ใช้บางรายนำแว่นไปแอบถ่ายและคุกคามคนแปลกหน้าเพื่อทำคอนเทนต์
  • อดัม โมสเซรี หัวหน้าทีม Instagram ระบุชัดเจนว่าจะจัดการกับวิดีโอแนวแกล้งและจีบคนอื่นโดยไม่ยินยอม
  • มาตรการนี้สร้างความท้าทายครั้งใหญ่ในการตรวจสอบและแยกแยะคอนเทนต์ในพื้นที่สีเทา

แว่นตาอัจฉริยะของ Meta กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านภาพลักษณ์ของบริษัท หลังจากเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากสังคม เกี่ยวกับประเด็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการขยายตัวของการสอดส่อง โดยมีผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มนำแว่นตาเหล่านี้ไปแอบถ่ายคลิปวิดีโอแกล้งคนแปลกหน้าในที่สาธารณะ ส่งผลให้ผู้หญิงหลายคนตกเป็นเป้าเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียจากผู้ชายที่เข้ามาถ่ายทำคลิปจีบพวกเธอโดยไม่รู้ตัว จนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกขนานนามในทางลบว่าเป็นแว่นตาโรคจิต

รายงานจาก Business Insider ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ทาง Meta ได้ตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการแบนคอนเทนต์บางส่วนที่ถ่ายด้วยแว่นตาของบริษัทออกจากแพลตฟอร์มของตัวเอง โดย อดัม โมสเซรี หัวหน้าทีม Instagram ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า คอนเทนต์ที่เอาเปรียบและคุกคามผู้อื่น เช่น วิดีโอจีบคนแปลกหน้าจำนวนมาก จะถูกลบออกจาก Instagram ทันที

"เราไม่ต้องการให้ผู้คนแอบถ่ายวิดีโอของผู้อื่นและคุกคามพวกเขา แล้วนำมาโพสต์บนแพลตฟอร์มของเรา ดังนั้นเราจึงพยายามต่อสู้กับเรื่องนั้นทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้"

อดัม โมสเซรี

มาตรการดังกล่าวทำให้ Meta ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทเปิดช่องให้ลูกค้าพฤติกรรมไม่เหมาะสม จนองค์กรต้องตอบสนองด้วยการแบนคอนเทนต์เสมือนต้องการบอกเป็นนัยว่าเลิกทำตัวให้บริษัทดูแย่ได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน นโยบายลักษณะนี้ก็สร้างคำถามใหม่ตามมาอีกมากมายเกี่ยวกับนิยามที่แท้จริงของการแบนคอนเทนต์จากแว่นตาอัจฉริยะ และวิธีการบังคับใช้ให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การตัดสินใจแบนคอนเทนต์จากแว่นตาอัจฉริยะของ Meta สะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งของเทคโนโลยีสวมใส่ที่ออกแบบมาเพื่อให้บันทึกภาพได้อย่างแนบเนียนและไร้รอยต่อที่สุด แต่ความง่ายในการใช้งานนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่เอื้อต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเดิมทีผู้คนก็แทบไม่มีความคาดหวังเรื่องความเป็นส่วนตัวอยู่แล้วเมื่อต้องเดินตามท้องถนนหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ การที่แพลตฟอร์มต้องเข้ามาเป็นผู้กลั่นกรองพฤติกรรมมนุษย์ในลักษณะนี้จึงเป็นภาระงานที่ซับซ้อนและยากจะควบคุมให้ครอบคลุมทุกกรณี

content creator filming public privacy

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

วัฒนธรรมการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นแบบ Man-on-the-street เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นรูปแบบเนื้อหาที่ต้นทุนต่ำแต่ทำซ้ำได้เรื่อยๆ บนโลกออนไลน์ ตั้งแต่การถามเรื่องรายได้ ค่าเช่าบ้าน ไปจนถึงการแอบถ่ายคนแปลกหน้าใช้ชีวิตประจำวันหรือเข้าไปทักทายกะทันหันเพื่อดูปฏิกิริยา แม้ว่าผู้ใช้แว่นตา Meta ส่วนใหญ่จะนำไปใช้บันทึกเรื่องราวทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างการกินอาหาร คอนเสิร์ต หรือกิจวัตรประจำวัน แต่พื้นที่สีเทาระหว่างคอนเทนต์ส่วนตัวทั่วไปกับพฤติกรรมการคุกคามที่ถูกสั่งแบนนั้นยังมีอยู่อีกมหาศาล ซึ่งนโยบายใหม่นี้ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนในหลายประเด็น

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้