นัส เมียโชค รถแห่ โดนศาลสั่งปรับและจ่ายค่าเสียหาย 85,000 บาท ปมโพสต์ด่าอดีตนางงาม
บทเรียนราคาแพงหลังศาลพิพากษาคดีดูหมิ่นด้วยการโฆษณา สั่งปรับ 5,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งรวม 85,000 บาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นัส โพสต์ข้อความรุนแรงด่าทออดีตนางงามจากประเด็นดราม่าลูกกับผัวจมน้ำ
- ศาลยกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่รับฟ้องและพิพากษาความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณา
- ศาลสั่งปรับ 10,000 บาท สารภาพลดกึ่งหนึ่งเหลือ 5,000 บาท พร้อมจ่ายค่าเสียหาย 80,000 บาท
กลายเป็นบทเรียนราคาแพงครั้งใหญ่ หลังจาก นัส ภรรยาของ โชค รถแห่ ต้องเผชิญหน้ากับกระบวนการทางกฎหมายจากกรณีที่เธอได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์และใช้ถ้อยคำรุนแรงพาดพิงถึงอดีตนางงามสาวรายหนึ่ง ในประเด็นดราม่าคำถามยอดฮิตเรื่องลูกกับสามีจมน้ำจะเลือกช่วยใคร ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าตัวได้ทำการลบโพสต์ดังกล่าวออกไป พร้อมกับออกมาโพสต์ข้อความกล่าวคำขอโทษ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการพูดในฐานะคนเป็นแม่ และยอมรับว่าในขณะที่โพสต์ข้อความนั้นตนเองไม่ทราบจริงๆ ว่าบุคคลที่อยู่ในคลิปคือใคร
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้อดีตนางงามสาวผู้เสียหายได้ตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมาย ยื่นฟ้อง นัส ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมถึงข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา พร้อมทั้งมีการเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1,000,000 บาท และเรียกร้องให้มีการลงประกาศคำขอโทษผ่านทางหนังสือพิมพ์
ล่าสุด ศาลได้มีคำพิพากษาออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยศาลเมตตานยกฟ้องในส่วนของข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่รับฟ้องเฉพาะในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ซึ่งทาง นัส เองก็น้อมรับคำตัดสินดังกล่าวโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของบทลงโทษ ศาลได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ด้วยการสั่งปรับเป็นเงิน 10,000 บาท แต่เนื่องจากทางจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงเมตตาพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือคงปรับเป็นเงิน 5,000 บาท ในส่วนของคดีแพ่ง ศาลสั่งให้นัสชำระเงินค่าเสียหายเป็นจำนวน 80,000 บาท รวมยอดเบ็ดเสร็จที่ นัส ต้องจ่ายทั้งหมดคือ 85,000 บาท นอกจากนี้ ในส่วนของคำขอที่ให้จำเลยประกาศคำขอโทษผ่านทางหนังสือพิมพ์นั้น ศาลมีคำสั่งให้ยกคำขอดังกล่าว เนื่องจากเหตุการณ์ต้นเรื่องเป็นการกระทำผิดผ่านทางช่องทางเฟซบุ๊ก การสั่งให้ไปประกาศผ่านหนังสือพิมพ์จึงถือเป็นการเผยแพร่คำขอโทษคนละช่องทาง อีกทั้งยังอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำรอย และสร้างความขัดแย้งลุกลามบานปลายเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย
คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในยุคโซเชียลมีเดีย ที่การแสดงความคิดเห็นหรือการใช้ถ้อยคำรุนแรงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก สามารถนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมายทั้งอาญาและแพ่งได้อย่างรวดเร็ว แม้ภายหลังจะมีการลบโพสต์หรือกล่าวคำขอโทษแล้วก็ตาม กระบวนการพิจารณาของศาลยังสะท้อนให้เห็นถึงการแยกระหว่างความผิดฐานหมิ่นประมาทและการดูหมิ่นอย่างชัดเจน รวมถึงการพิจารณาถึงผลกระทบจากการเผยแพร่ข้อมูลในช่องทางที่ต่างกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งลุกลามในสังคม
"กราบขอบพระคุณศาลที่เมตตา ขอน้อมรับคำพิพากษาและปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดต่อไป หาเรื่องให้พี่เจมส์ปวดหัวตลอดเลย ขอบคุณนะคะ หนูจะพยายามไม่สร้างเรื่องอีกค่ะ"
นัส เมียโชค รถแห่
ที่มา: Thairath Entertainment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น