สรรเพชญลุยตรวจบางกล่ำ จี้กรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจร ก.พ. นี้
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4 อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เผยใช้งบประมาณลดลงเหลือ 60 ล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายสรรเพชญลงพื้นที่ตรวจการก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 4 อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา
- กำชับให้กรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้เพื่อความปลอดภัย
- เผยสถิติอุบัติเหตุ 9 ครั้งตั้งแต่เริ่มโครงการ พร้อมสั่งเพิ่มป้ายเตือนและไฟส่องสว่าง
นายสรรเพชญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าโครงการก่อสร้างบริเวณอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญบนทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปยังจังหวัดพัทลุง และขาลงมุ่งหน้าสู่อำเภอหาดใหญ่ หลังจากที่ผ่านมามีการร้องเรียนเรื่องอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในระหว่างการดำเนินงาน โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่จากการลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ล่าสุด ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมเชื่อมั่นว่าจะสามารถเร่งรัดการดำเนินงานและคืนพื้นที่ผิวการจราจรให้ประชาชนได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
สาเหตุหลักของความล่าช้าในโครงการนี้มาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงปัญหาการย้ายเสาไฟ High Mast อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งรัดผู้รับจ้างให้ทำงานอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงค่ำ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีปริมาณรถบรรทุกและรถขนส่งสินค้าสัญจรหนาแน่น โดยในส่วนของระบบไฟส่องสว่าง High Mast ได้ติดตั้งเสร็จสิ้นและพร้อมใช้งานแล้ว
“กรมทางหลวงต้องสงวนพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อให้ความมั่นใจและความปลอดภัยมากที่สุด ก่อนที่จะสามารถเปิดใช้งานได้เต็มพื้นที่ 100%”
นายสรรเพชญ
ในด้านมาตรการความปลอดภัย นายสรรเพชญได้เน้นย้ำให้กรมทางหลวงรับข้อเสนอจากฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ นำไปสู่การติดตั้งป้ายเตือนและสัญญาณไฟล่วงหน้าก่อนถึงจุดก่อสร้างให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถชะลอความเร็วได้ทัน นอกจากนี้ยังเสนอให้พิจารณาปรับปรุงความสูงของแบริเออร์หรือราวกั้นบริเวณสะพานให้เพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าเมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ปริมาณการจราจรประมาณ 90% จะใช้เส้นทางหลักด้านล่าง และอีก 10% จะใช้ทางเบี่ยงด้านบน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การบริหารจัดการโครงการก่อสร้างในพื้นที่ต่างจังหวัดมักพบความท้าทายเรื่องผลกระทบต่อการจราจรและการขนส่งโลจิสติกส์ การที่กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่กดดันผู้รับเหมาและบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ รวมถึงกรมทางหลวง ถือเป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชน โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่มีรถบรรทุกใช้งานหนาแน่น การเพิ่มความเข้มข้นด้านป้ายเตือนและแสงสว่างจึงเป็นมาตรการชั่วคราวที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ทันทีระหว่างรอการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์
ด้าน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.บางกล่ำ ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติตั้งแต่วันที่เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 ว่ามีการรับแจ้งอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 9 ราย โดยสัดส่วนราว 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่เอง ทั้งการใช้ความเร็วสูง การขับรถโดยประมาท และการแซงไม่พ้นจนเสียหลักตกลงไปในพื้นที่ก่อสร้าง ขณะที่อีกหนึ่งกรณีอยู่ระหว่างการสอบสวนกรณีรถผู้สูงอายุขับขี่บนผิวทางขรุขระและมีประเด็นเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทั้งนี้ ตำรวจและฝ่ายปกครองได้ประสานให้ผู้รับเหมาเพิ่มกรวยยาง แท่นปูน และไฟส่องสว่างเพิ่มเติมแล้ว
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น