ทดลองใช้ OpenAI Micro คีย์บอร์ดฮาร์ดแวร์ตัวแรกที่ออกแบบเพื่อชาวโคเดอร์
OpenAI เปิดตัว Micro คีย์บอร์ดเสริมคู่บุญ ChatGPT ผลงานร่วมมือกับ Work Louder สำหรับสายฮาร์ดแวร์วินเทจและพาวเวอร์ยูสเซอร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI เปิดตัว Micro ฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกที่เป็นคีย์บอร์ดเสริมคู่กับ ChatGPT
- พัฒนาร่วมกับ Work Louder ดีไซเนอร์คีย์บอร์ดเฉพาะทาง เน้นกลุ่มเป้าหมายนักพัฒนา
- ตั้งค่าและปรับแต่งการใช้งานผ่านแท็บ Micro ใน ChatGPT ได้โดยตรง
- สนนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 230 ดอลลาร์สหรัฐ เหมาะกับผู้ใช้งาน ChatGPT เป็นประจำ
OpenAI ได้เปิดตัวฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเป็นคีย์บอร์ดขนาดเล็กกะทัดรัดที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานคู่กับ ChatGPT โดยเฉพาะ อุปกรณ์ตัวนี้มีชื่อว่า Micro ซึ่งพัฒนาขึ้นผ่านความร่วมมือกับ Work Louder ผู้ผลิตคีย์บอร์ดดีไซน์พิเศษ ถือเป็นอุปกรณ์เสริมแปลกใหม่สำหรับสายทำงานที่เหล่านักพัฒนาสายเทคอาจชื่นชอบ แต่อาจทำให้คนทั่วไปรู้สึกงุนงงไปตามๆ กัน
ในระหว่างที่ประเด็นทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่และแผนงานด้านฮาร์ดแวร์ในภาพใหญ่ของบริษัทยังอยู่ระหว่างพัฒนา สิ่งที่สตาร์ทอัพรายนี้ส่งออกมาให้ใช้งานกันก่อนคือ Micro คีย์บอร์ดดีไซน์สะดุดตาที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนเขียนโค้ดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ทีมงาน TechCrunch ได้รับอุปกรณ์ทดสอบ Micro มาลองใช้งาน และสิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้ทันทีคือตัวเครื่องมีความแข็งแรงทนทานสูง จนหากตัวอุปกรณ์เสริม AI นี้ไม่ประสบความสำเร็จ ก็ยังมีน้ำหนักมากพอที่จะใช้ทับกระดาษแทนได้สบายๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อีกจุดที่น่าสนใจคือบรรจุภัณฑ์กล่องสีขาวบริสุทธิ์ที่มีความสะอาดตาและมีความละม้ายคล้ายคลึงกับสไตล์ของผลิตภัณฑ์จากค่าย Apple อย่างเห็นได้ชัด ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งคีย์บอร์ด Micro ได้ผ่านทางตัว ChatGPT โดยตรง โดยจะมีแท็บ Micro ที่เปิดให้ปรับตั้งค่าต่างๆ ตั้งแต่ความสว่างของแสงไฟใต้ปุ่ม ไปจนถึงคำสั่งเฉพาะและโปรเจกต์ที่ต้องการเชื่อมโยงเข้ากับปุ่มแต่ละปุ่มบนคีย์บอร์ด
การที่ OpenAI เลือกจับมือกับ Work Louder ซึ่งเป็นแบรนด์คีย์บอร์ดแนวศิลป์ (Artisanal) สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Niche market หรือกลุ่มโปรแกรมเมอร์และพาวเวอร์ยูสเซอร์ที่ชื่นชอบการปรับแต่งอุปกรณ์เฉพาะตัว (Mechanical/Custom Keyboard community) มากกว่าจะทำตลาดแมสในทันที
สำหรับผู้ใช้งานหน้าใหม่อาจต้องใช้เวลาสักระยะในการทำความเข้าใจว่าอุปกรณ์ตัวนี้ทำงานอย่างไรและควรนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง แต่เมื่อสามารถตั้งค่าโปรแกรมปุ่มต่างๆ ตามความต้องการได้แล้ว การใช้งานก็พบว่ามีความสนุกและคล่องตัวขึ้นในระดับหนึ่ง โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดเซสชัน ChatGPT ต่างๆ ให้เข้ากับปุ่มเฉพาะ ทำให้สามารถสลับไปมาระหว่างโปรเจกต์งานที่หลากหลายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ยิ่งเมื่อใช้งานร่วมกับปุ่ม dictation หรือปุ่มสั่งการด้วยเสียง ยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเพลิดเพลินในการทำงานให้สูงขึ้น
คำถามสำคัญคือคีย์บอร์ด Micro นี้ใช้งานได้สะดวกกว่าการทำงานผ่านแล็ปท็อปตามปกติหรือไม่ เนื่องจากผู้ใช้อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการเรียนรู้การโปรแกรมและใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนี้ ในขณะที่ความคุ้นเคยกับการใช้เมาส์และคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์มีอยู่แล้ว ประสบการณ์การใช้งาน Micro จึงขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน ChatGPT ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก หากไม่ใช่ผู้ที่ใช้งาน AI บ่อยๆ ในแต่ละวัน ก็อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นผู้ใช้งาน ChatGPT ตัวยง มีงบประมาณเหลือเฟือ และชื่นชอบฮาร์ดแวร์ดีไซน์ยวินเทจที่มีปุ่มกดมีเสียงคลิกสนุกมือ คีย์บอร์ด Micro ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและอาจช่วยเพิ่มสีสันให้กับการทำงานในแต่ละวันได้ไม่น้อย
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น