ยศชนัน-ประเสริฐ เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาไทย ชู 6 นโยบายนำร่องผ่าน Education Sandbox
รัฐบาลขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ มุ่งปรับหลักสูตร ลดภาระ เพิ่มความยืดหยุ่น และสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายยศชนัน และนายประเสริฐ แถลงนโยบายปฏิรูปการศึกษาไทยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ณ ทำเนียบรัฐบาล
- ใช้พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) เป็นพื้นที่นำร่องก่อนขยายผลทั่วประเทศ
- เน้นปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ AI Literacy ไม่เพิ่มวิชาใหม่ และผลักดันระบบ Credit Bank Sandbox
- ยกระดับโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยด้วยมาตรการ Zero Tolerance และระบบแจ้งเหตุ Traffy Fondue
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ณ ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกันเปิดเผยข้อสั่งการเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทย โดยอาศัยกลไก "พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา" (Education Sandbox) เป็นพื้นที่นำร่องในการปฏิบัติจริง ก่อนที่จะมีการนำผลสัมฤทธิ์ที่ได้ไปขยายผลและบังคับใช้ทั่วประเทศต่อไป
การขับเคลื่อนดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการวางเข็มทิศการทำงานอย่างเป็นระบบเพื่อให้ครอบคลุมมิติสำคัญต่างๆ ซึ่งหนึ่งในแนวทางหลักคือการปรับวิชาเดิมให้ทันโลกโดยไม่เพิ่มวิชาใหม่ให้เป็นภาระแก่ผู้เรียน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านการปรับปรุงหลักสูตร ทางกระทรวงมีแผนเตรียมนำร่องปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ หรือ Curriculum & AI Literacy Framework ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ โดยมุ่งเน้นการวัดผล 4 ทักษะหลักตามแนวทาง PISA ได้แก่ การอ่าน การคิดคำนวณและวิทยาศาสตร์ การสื่อสาร และทักษะดิจิทัลหรือ AI ผ่านทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนและการประเมินผลในรายวิชาที่มีอยู่เดิม
การนำกลไก Education Sandbox มาใช้ถือเป็นแนวทางแบบทดลองปฏิบัติจริงในพื้นที่จำกัด (Sandbox) ซึ่งช่วยให้ภาครัฐสามารถประเมินผลกระทบและข้อจำกัดต่างๆ ได้ก่อนที่จะประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายหรือนโยบายระดับประเทศ การไม่เพิ่มภาระวิชาใหม่แต่เน้นทักษะแห่งอนาคตอย่าง AI Literacy และระบบธนาคารหน่วยกิต ยังสอดคล้องกับแนวโน้มการศึกษาสากลที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างการศึกษาที่ยืดหยุ่นภายใต้โครงการ Thailand Zero Dropout PLUS ด้วยการพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต หรือ Credit Bank Sandbox ซึ่งจะรองรับผลการเรียนรู้จากทั้งระบบออนไลน์ สายอาชีพ และชุมชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS โดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่อาจหลุดออกจากระบบการศึกษา สามารถสะสมหน่วยกิตและสมรรถนะเพื่อนำไปยื่นเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ในอนาคต
ในส่วนของการบริหารจัดการและการดูแลความปลอดภัย รัฐบาลได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางการโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมให้มีความสอดคล้องกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พร้อมเตรียมแผนรองรับ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาฯ ที่จะสิ้นสุดอายุ
ควบคู่ไปกับการยกระดับโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยภายใต้โครงการ Student Safety and Protection Sandbox โดยขับเคลื่อนมาตรการไม่อดทนต่อความรุนแรงหรือ Zero Tolerance ต่อการกลั่นแกล้ง (Bullying) และการคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมสุขภาพจิต เปิดช่องทางแจ้งเหตุผ่านระบบ Traffy Fondue for Education และจัดอบรมให้แก่ครูอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น