สั่งเฝ้าระวัง แม่น้ำโขง 5 จังหวัด ล้นตลิ่ง 10-14 ส.ค. เตรียมเครื่องสูบน้ำ
มหาดไทยสั่ง ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาแม่น้ำโขง 5 จังหวัดภาคเหนือและอีสาน หลังระดับน้ำพุ่งสูง เสี่ยงเอ่อล้นตลิ่งช่วงวันที่ 10-14 ส.ค. นี้ พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลเตรียมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กระทรวงมหาดไทยสั่งเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำโขง 5 จังหวัด ระหว่างวันที่ 10-14 ส.ค. 69
- พื้นที่เสี่ยงประกอบด้วย เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, มุกดาหาร และนครพนม
- ปภ. เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและพร่องน้ำจากท่อระบายน้ำลงแม่น้ำโขงตั้งแต่ช่วงค่ำ
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยระบุว่าได้กำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมวลน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำของ 5 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ จังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ, มุกดาหาร และนครพนม ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคมนี้
ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และกำลังเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีหากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงขึ้น โดยเน้นย้ำถึงนโยบายเชิงรุกในการป้องกันก่อนเกิดภัยพิบัติ แทนที่จะรอให้เกิดน้ำท่วมแล้วค่อยเข้าช่วยเหลือ
"เราไม่ได้รอให้เกิดน้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ต้อง เฝ้าระวัง เตือนภัย และเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ระบบแจ้งเตือนต้องทำงานให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีเวลาตั้งรับและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น"
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
ในส่วนของการปฏิบัติงานในพื้นที่ ปภ. ได้เริ่มภารกิจติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเร่งพร่องน้ำจากท่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นมา เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในการรองรับน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมรับมือหากมีฝนตกลงมาซ้ำในพื้นที่ช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลและกำลังพลตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน
การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงถือเป็นความท้าทายสำคัญเนื่องจากปริมาณน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝนในพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากปริมาณน้ำฝนและการบริหารจัดการเขื่อนในประเทศเพื่อนบ้าน การติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อพร่องน้ำล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมขังรอการระบายในเขตชุมชนริมน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กระทรวงมหาดไทยยังคงเดินหน้าเน้นย้ำมาตรการป้องกันและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้เข้าถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนตั้งแต่การประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือน ไปจนถึงการเข้าช่วยเหลือ เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือความปลอดภัยของประชาชนและลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น