กูเกิลโชว์รายได้คลาวด์พุ่ง สยบเสียงวิจารณ์งบลงทุน AI มโหฬาร
กูเกิลเผยผลประกอบการกลุ่มคลาวด์เติบโตแข็งแกร่ง หนุนจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI พร้อมยอดผู้ใช้งาน Gemini ทะยานแตะ 950 ล้านคนต่อเดือน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รายได้คลาวด์กูเกิลเติบโตสูงจากโซลูชันและโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับองค์กร
- ยอดแบ็กล็อกงานคลาวด์ที่ยังไม่รับรู้รายได้พุ่งสูงถึง 514,000 ล้านดอลลาร์
- แชตบอต Gemini มีผู้ใช้งานประจำรายเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 950 ล้านคน
บริษัทแม่ของกูเกิลอย่าง Alphabet ออกมาเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการล่าสุด ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนและนักวิเคราะห์เกี่ยวกับงบประมาณมหาศาลที่ทุ่มลงไปกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยความสำเร็จดังกล่าวขับเคลื่อนโดยกลุ่มธุรกิจคลาวด์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการที่ภาคธุรกิจหันมาใช้งานโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชัน AI ของบริษัทกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
นอกจากนี้ กูเกิลยังเปิดเผยด้วยว่า ปริมาณงานในสัญญาคลาวด์ที่ยังไม่ได้ส่งมอบหรือยังไม่ถูกแปลงเป็นรายได้ (Cloud Backlog) ได้ขยับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับ 514,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรที่มีต่อบริการคลาวด์ของบริษัทในระยะยาว

ในฝั่งของผู้ใช้งานทั่วไป แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ Gemini ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานประจำทุกเดือนสูงถึง 950 ล้านคนแล้ว ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ที่ตัวเลขผู้ใช้งานเคยหยุดอยู่ราว 750 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขงบลงทุนหรือรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) ของ Alphabet ยังคงอยู่ในระดับที่สูงลิ่ว โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ระหว่าง 180,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 190,000 ล้านดอลลาร์ตลอดทั้งปีนี้ เพื่อใช้ในการสร้างศูนย์ข้อมูล จัดซื้อชิปประมวลผล และขยายขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐาน
การที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทุ่มงบลงทุนจำนวนมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักสร้างความกังวลใจให้กับผู้ถือหุ้นเป็นธรรมดา เนื่องจากความคุ้มค่าในการลงทุนยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ การที่กูเกิลสามารถโชว์ยอดแบ็กล็อกคลาวด์ระดับครึ่งล้านล้านดอลลาร์และฐานผู้ใช้แชตบอตเกือบพันล้านคน จึงเป็นหมัดฮุกสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าเม็ดเงินมหาศาลเหล่านั้นเริ่มสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดกลับคืนมาให้บริษัทได้จริงตามที่ตลาดคาดหวัง
ประเด็นเรื่องงบลงทุนก้อนโตนี้กลายเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาซักถามอย่างดุเดือดจากเหล่านักวิเคราะห์ระหว่างการประชุมแถลงผลประกอบการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายรายรุมซักถาม ซุนดาร์ พิชัย ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ถึงกรอบเวลาและความคุ้มค่าที่ชัดเจนจากการทุ่มงบประมาณก้อนดังกล่าว
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น