ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจาะลึก SPEAR-H Accelerator สะพานเชื่อม Health Tech ไทยสู่การใช้งานจริงในโรงพยาบาล

โครงการเร่งการเติบโตนวัตกรรมการแพทย์โดย NIA และมหาวิทยาลัยมหิดล พา 12 สตาร์ตอัปสุขภาพพิสูจน์ตลาดจริง แก้คอขวดระบบสาธารณสุขไทย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Aug 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
เจาะลึก SPEAR-H Accelerator สะพานเชื่อม Health Tech ไทยสู่การใช้งานจริงในโรงพยาบาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • SPEAR-H Accelerator ร่วมมือโดย NIA มหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9
  • คัดเลือก 12 สตาร์ตอัป Health Tech รับทุนและการทดสอบตลาดจริง
  • ครอบคลุม 4 กลุ่มโจทย์ใหญ่ระบบสาธารณสุขไทยตั้งแต่ตรวจโรคยันงานหลังบ้าน
  • ช่วยเปลี่ยนมุมมองนักวิจัยและแพทย์ให้เข้าใจกลไกธุรกิจและการตลาด

การนำนวัตกรรมสุขภาพจากห้องทดลองไปสู่การใช้งานจริงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ต้องฝ่าด่านความน่าเชื่อถือทางคลินิก กฎระเบียบ การยอมรับจากบุคลากรทางการแพทย์ และข้อมูลผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ในสนามจริง โครงการ SPEAR-H Accelerator จึงถูกจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT), โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9

โครงการนี้มุ่งเน้นการเร่งการเติบโตผ่าน Intensive Acceleration Program โดยคัดเลือกสตาร์ตอัปด้าน Health Tech จำนวน 12 บริษัทเข้ามารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมรับทุน Market Validation และโอกาสทดสอบตลาดในโรงพยาบาลเครือมหาวิทยาลัยมหิดลและโรงพยาบาลพระราม 9 รวมถึงโอกาส Fast Track ขอรับทุนสนับสนุนจาก NIA เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับการใช้งานจริงในระบบสาธารณสุขไทย

12บริษัทสตาร์ตอัปที่ผ่านการคัดเลือก
24%รายได้โรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อเดือน
35%เวลาที่ผู้ป่วยรอคอยลดลง

ความโดดเด่นของ 12 ทีมที่เข้าร่วมคือการตอบโจทย์ปัญหาคอขวดในระบบสาธารณสุขไทยอย่างตรงจุด โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น เครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรคอย่าง K-Dengue NS1 Ag Test จากเค.ไบโอ ไซเอนซ์ ที่ตรวจไวรัสเดงกี 4 สายพันธุ์รู้ผลใน 15 นาที, Precision Dx จากเซโนสติกส์ ตรวจหมู่เลือดหายากด้วยเทคโนโลยี Lyo-LAMP และ RAMAAI CXR Solution จากโรงพยาบาลรามาธิบดีที่มี AI อ่านฟิล์มเอกซเรย์ตรวจจับความผิดได้ 16 ชนิด

Thailand hospital doctor using digital medical technology

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเทคโนโลยีงานหลังบ้านและระบบเบิกจ่าย เช่น ChartSum และ DoctorMO E จากเอ็มโออี รีเสิร์ช ที่ช่วยสรุปเวชระเบียนและเพิ่มรายได้โรงพยาบาล รวมถึง Daywork Smart Escort จากเฮลท์เทค โซลูชัน ที่บริหารงานเวรเปลด้วย AI ลดเวลารอของผู้ป่วยลงได้ 35% ตลอดจนนวัตกรรมการดูแลโรคเรื้อรังอย่าง FitSloth Care ซึ่งเป็น Digital Therapeutic รายแรกของไทยสำหรับโรคอ้วนที่แพทย์สั่งจ่ายได้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่สตาร์ตอัปกลุ่ม Health Tech จะเติบโตได้จริงในประเทศไทย ความเข้าใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะถิ่นถือเป็นหัวใจสำคัญ เช่น ระบบเบิกจ่าย Thai DRG และฐานข้อมูลพันธุกรรมของคนเอเชีย โครงการลักษณะนี้จึงช่วยลดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีระดับสูงกับบริบทการทำงานจริงของบุคลากรการแพทย์ไทย ซึ่งแตกต่างจากการใช้งานในประเทศตะวันตกอย่างสิ้นเชิง

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการยืนยันถึงความเปลี่ยนแปลงที่ได้รับ โดยทีม Precisionize ผู้พัฒนา CancerAware+ ระบุว่าโครงการทำให้ทีมมองเห็นช่องว่างและได้การบ้านชุดใหญ่กลับไปทำทุกสัปดาห์ เช่นเดียวกับ Zenostic ที่มองเห็นภาพรวมด้านกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา และการเชื่อมต่อกับ อย. ด้านทีม RAMAAI จากรามาธิบดีเผยว่าเวิร์กชอปช่วยเปลี่ยนมุมมองให้นักวิจัยมองเห็นภาพธุรกิจอย่างชัดเจน

"ทุก ๆ สัปดาห์ที่ผ่านไป เราจะกลับไปพร้อมกับการบ้านชุดใหญ่"

ผู้แทนทีม Precisionize (CancerAware+)

ความท้าทายของสตาร์ตอัปสายสุขภาพมักอยู่ที่การมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงแต่ขาดทักษะทางธุรกิจ โครงการ SPEAR-H จึงเข้ามาเติมเต็มคำถามยากๆ เช่น การรับมือกับคู่แข่งในราคาที่ถูกลง เพื่อยกระดับนวัตกรรมไทยให้พร้อมออกสู่สนามจริงและระดมทุนในรอบ Series A ต่อไป

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้