เจาะลึก SPEAR-H Accelerator สะพานเชื่อม Health Tech ไทยสู่การใช้งานจริงในโรงพยาบาล
โครงการเร่งการเติบโตนวัตกรรมการแพทย์โดย NIA และมหาวิทยาลัยมหิดล พา 12 สตาร์ตอัปสุขภาพพิสูจน์ตลาดจริง แก้คอขวดระบบสาธารณสุขไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- SPEAR-H Accelerator ร่วมมือโดย NIA มหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9
- คัดเลือก 12 สตาร์ตอัป Health Tech รับทุนและการทดสอบตลาดจริง
- ครอบคลุม 4 กลุ่มโจทย์ใหญ่ระบบสาธารณสุขไทยตั้งแต่ตรวจโรคยันงานหลังบ้าน
- ช่วยเปลี่ยนมุมมองนักวิจัยและแพทย์ให้เข้าใจกลไกธุรกิจและการตลาด
การนำนวัตกรรมสุขภาพจากห้องทดลองไปสู่การใช้งานจริงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ต้องฝ่าด่านความน่าเชื่อถือทางคลินิก กฎระเบียบ การยอมรับจากบุคลากรทางการแพทย์ และข้อมูลผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ในสนามจริง โครงการ SPEAR-H Accelerator จึงถูกจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT), โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9
โครงการนี้มุ่งเน้นการเร่งการเติบโตผ่าน Intensive Acceleration Program โดยคัดเลือกสตาร์ตอัปด้าน Health Tech จำนวน 12 บริษัทเข้ามารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมรับทุน Market Validation และโอกาสทดสอบตลาดในโรงพยาบาลเครือมหาวิทยาลัยมหิดลและโรงพยาบาลพระราม 9 รวมถึงโอกาส Fast Track ขอรับทุนสนับสนุนจาก NIA เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับการใช้งานจริงในระบบสาธารณสุขไทย
ความโดดเด่นของ 12 ทีมที่เข้าร่วมคือการตอบโจทย์ปัญหาคอขวดในระบบสาธารณสุขไทยอย่างตรงจุด โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น เครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรคอย่าง K-Dengue NS1 Ag Test จากเค.ไบโอ ไซเอนซ์ ที่ตรวจไวรัสเดงกี 4 สายพันธุ์รู้ผลใน 15 นาที, Precision Dx จากเซโนสติกส์ ตรวจหมู่เลือดหายากด้วยเทคโนโลยี Lyo-LAMP และ RAMAAI CXR Solution จากโรงพยาบาลรามาธิบดีที่มี AI อ่านฟิล์มเอกซเรย์ตรวจจับความผิดได้ 16 ชนิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเทคโนโลยีงานหลังบ้านและระบบเบิกจ่าย เช่น ChartSum และ DoctorMO E จากเอ็มโออี รีเสิร์ช ที่ช่วยสรุปเวชระเบียนและเพิ่มรายได้โรงพยาบาล รวมถึง Daywork Smart Escort จากเฮลท์เทค โซลูชัน ที่บริหารงานเวรเปลด้วย AI ลดเวลารอของผู้ป่วยลงได้ 35% ตลอดจนนวัตกรรมการดูแลโรคเรื้อรังอย่าง FitSloth Care ซึ่งเป็น Digital Therapeutic รายแรกของไทยสำหรับโรคอ้วนที่แพทย์สั่งจ่ายได้
การที่สตาร์ตอัปกลุ่ม Health Tech จะเติบโตได้จริงในประเทศไทย ความเข้าใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะถิ่นถือเป็นหัวใจสำคัญ เช่น ระบบเบิกจ่าย Thai DRG และฐานข้อมูลพันธุกรรมของคนเอเชีย โครงการลักษณะนี้จึงช่วยลดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีระดับสูงกับบริบทการทำงานจริงของบุคลากรการแพทย์ไทย ซึ่งแตกต่างจากการใช้งานในประเทศตะวันตกอย่างสิ้นเชิง
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการยืนยันถึงความเปลี่ยนแปลงที่ได้รับ โดยทีม Precisionize ผู้พัฒนา CancerAware+ ระบุว่าโครงการทำให้ทีมมองเห็นช่องว่างและได้การบ้านชุดใหญ่กลับไปทำทุกสัปดาห์ เช่นเดียวกับ Zenostic ที่มองเห็นภาพรวมด้านกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา และการเชื่อมต่อกับ อย. ด้านทีม RAMAAI จากรามาธิบดีเผยว่าเวิร์กชอปช่วยเปลี่ยนมุมมองให้นักวิจัยมองเห็นภาพธุรกิจอย่างชัดเจน
"ทุก ๆ สัปดาห์ที่ผ่านไป เราจะกลับไปพร้อมกับการบ้านชุดใหญ่"
ผู้แทนทีม Precisionize (CancerAware+)
ความท้าทายของสตาร์ตอัปสายสุขภาพมักอยู่ที่การมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงแต่ขาดทักษะทางธุรกิจ โครงการ SPEAR-H จึงเข้ามาเติมเต็มคำถามยากๆ เช่น การรับมือกับคู่แข่งในราคาที่ถูกลง เพื่อยกระดับนวัตกรรมไทยให้พร้อมออกสู่สนามจริงและระดมทุนในรอบ Series A ต่อไป
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น