ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ชาคริต เปิดใจเล่านาทีชีวิต น้องโพธิ์ ป่วยหนัก 3 โรครุมเร้า ลิ้นหัวใจรั่ว

คุณพ่อป้ายแดง ชาคริต แย้มนาม เผยนาทีระทึก น้องโพธิ์ วัย 8 ขวบ ป่วยหนักด้วยโรคไมโคพลาสมา คาวาซากิ และมิสซี พร้อมกัน ร่างกายอักเสบหนักจนลิ้นหัวใจรั่ว 3 จุดและเส้นเลือดใหญ่ขยาย โชคดีรักษาทันในวันที่ 7

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Aug 2026ที่มา: Thairath Entertainment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ชาคริต เปิดใจเล่านาทีชีวิต น้องโพธิ์ ป่วยหนัก 3 โรครุมเร้า ลิ้นหัวใจรั่ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • น้องโพธิ์วัย 8 ขวบป่วยหนัก 3 โรครุมเร้าพร้อมกันคือ ไมโคพลาสมา คาวาซากิ และมิสซี
  • ค่าตับพุ่งสูงทะลุพัน เกล็ดเลือด 5 แสน พร้อมภาวะลิ้นหัวใจรั่ว 3 จุดและเส้นเลือดใหญ่ขยาย
  • โชคดีแพทย์ให้ยา IVIG และรักษาทันท่วงทีในวันที่ 7 ปัจจุบันกลับบ้านได้แล้วแต่ต้องตามอาการ 5 ปี

เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจคนเป็นพ่อแม่สุดๆ สำหรับนักแสดงหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม ที่เพิ่งออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อลูกชายสุดที่รัก น้องโพธิ์ วัย 8 ขวบ ล้มป่วยกะทันหันด้วยอาการต่อมน้ำเหลืองบวม ไข้ขึ้นสูง และตาแดง โดยในตอนแรกครอบครัวดูแลเบื้องต้นตามคำแนะนำของแพทย์ก่อนตัดสินใจพาไปโรงพยาบาล เนื่องจากอาการไม่สู้ดี

เมื่อถึงมือแพทย์ อาการของน้องโพธิ์ก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆ จนผลตรวจพบว่าเชื้อ ไมโคพลาสมา เข้าไปจู่โจมระบบภูมิคุ้มกันและอวัยวะภายใน นอกจากนี้ยังพบอาการของโรค คาวาซากิ และภาวะ มิสซี (MIS-C) ซ้ำเติมเข้ามาพร้อมกัน กลายเป็น 3 โรคร้ายที่รุมเล่นงานร่างกาย ทำให้เกิดภาวะอักเสบอย่างรุนแรง

1,000+ค่าตับพุ่งสูงจากปกติ 40
3 จุดภาวะลิ้นหัวใจรั่ว
วันที่ 7
รักษาด้วยยา IVIG ทันเวลา

คุณพ่อชาคริตเผยตัวเลขผลตรวจแล็บที่น่าตกใจว่า ค่าตับที่ปกติควรจะคัทออฟอยู่ที่ 40 พุ่งทะยานขึ้นไปถึงหลักพัน ส่วนเกล็ดเลือดจากปกติ 2 แสนก็กระโดดขึ้นไปถึง 5 แสน แถมยังมีภาวะลิ้นหัวใจรั่วถึง 3 จุด และเส้นเลือดใหญ่ที่ปั๊มเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกายขยายตัวกว้างขึ้นเป็นเท่าตัว จากขนาดปกติราว 1 มิลลิเมตรเศษ กลายเป็น 3 มิลลิเมตรกว่า ซึ่งมาตรฐานการรักษาต้องได้รับภายใน 7-10 วัน โชคดีที่ผลแล็บยืนยันแนวทางและให้ยาฆ่าเชื้อร่วมกับตัวเพิ่มภูมิทางสายน้ำเกลือหรือ IVIG ครบโดสต่อเนื่องกว่า 10 ชั่วโมงได้ทันในวันที่ 7 พอดี

pediatric medical treatment IVIG drip Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"เราเห็นเราเป็นพ่อเรายืนอยู่ เราทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องนิ่งๆ บอกว่า เอ๊ย ลูก มันธรรมดา เพราะตัวหนูร้อน แต่ในใจจะตายอยู่ด้วย"

ชาคริต แย้มนาม

ในช่วงเวลาวิกฤต 10 วันนั้น ไข้ของน้องโพธิ์พุ่งสูงถึง 41 กว่าองศาเซลเซียส ทีมพยาบาลต้องเข้าเช็ดตัวทุก 15 ถึง 30 นาทีจนเด็กชายร้องไห้ออกมาด้วยความไม่ไหว มีจังหวะที่ตัวร้อนจัดจนหายใจไม่ออกและเส้นเลือดในจมูกแตกจากความร้อน มีเลือดไหลออกมาให้คนเป็นพ่อเห็นต่อหน้าต่อตา แต่ชาคริตต้องเก็บอาการและทำใจนิ่งเพื่อให้ลูกชายรู้สึกอุ่นใจ แม้ในใจจะรู้สึกแทบขาดใจก็ตาม

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) และกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (MIS-C) รวมถึงการติดเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma) เป็นภาวะที่ต้องอาศัยการวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็ว เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อเชื้อโรคอย่างรุนแรงจนเกิดการอักเสบในอวัยวะสำคัญ เช่น หลอดเลือดหัวใจ การใช้ยาอิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (IVIG) ในช่วงเวลาวิกฤตจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดการอักเสบและป้องกันความเสียหายถาวรต่อหัวใจของเด็ก

ปัจจุบัน น้องโพธิ์ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ราวหนึ่งสัปดาห์แล้ว อาการโดยรวมดีขึ้นมาก ค่าตับและค่าอักเสบลดลง ลิ้นหัวใจด้านขวาเริ่มปิดแล้ว เหลือเพียงด้านซ้ายและเส้นเลือดที่ยังต้องใช้เวลาติดตามผลทุกเดือนในช่วง 1-2 เดือนนี้ รวมถึงต้องไปตรวจเช็กซ้ำปีละครั้งต่อเนื่องไปอีก 5 ปีเต็ม ขณะที่ผลข้างเคียงอย่างมือและเท้าลอกตอนนี้ผิวเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว และเจ้าตัวยังมีกำลังใจและสติปัญญาที่ดีเยี่ยมพร้อมสู้ไม่ถอย

ที่มา: Thairath Entertainment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้