พงศกร จวกนโยบายรัฐแบนปืน ชี้ตำรวจมือเปล่าสู้โจรซื้อออนไลน์
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์มาตรการระงับออกใบอนุญาตอาวุธปืนของรัฐบาล ทำให้เจ้าหน้าที่ไร้เครื่องมือป้องกันตัว ขณะที่ตลาดมืดออนไลน์ยังเกลื่อน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรคประชาธิปัตย์ซัดนโยบายแบนปืนสร้างความเหลื่อมล้ำความปลอดภัย
- ชี้ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยไร้อาวุธ แต่โจรยังซื้อปืนเถื่อนได้ง่าย
- จี้รัฐบาลบูรณาการร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ และตำรวจไซเบอร์ปราบปืนเถื่อนออนไลน์
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านมาตรการคุมเข้มและระงับการออกใบอนุญาตจัดซื้ออาวุธปืนทุกรูปแบบของรัฐบาล ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลครอบคลุมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยทางภาครัฐให้เหตุผลว่าการซื้อขายอาวุธผ่านช่องทางออนไลน์เป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะควบคุมได้
นายพงศกรระบุว่า แม้เจตนารมณ์ตั้งต้นของนโยบายนี้อาจมุ่งหวังลดความรุนแรงในสังคม แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกลับสร้างสิ่งที่เรียบร้อยว่าความเหลื่อมล้ำทางความปลอดภัยอย่างน่าเป็นห่วง การที่ผู้นำรัฐบาลอ้างว่าโลกดิจิทัลควบคุมยากและเลือกที่จะยอมจำนนต่อนั้น เป็นการเปิดช่องว่างให้ตลาดมืดขยายตัวอย่างไร้การควบคุม
"เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายไม่มีอาวุธ แต่โจรกลับซื้อปืนเถื่อนได้ตามใจชอบ แล้วเราจะฝากความหวังเรื่องความปลอดภัยไว้กับใคร"
พงศกร ขวัญเมือง
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ต้องเผชิญหน้ากับภารกิจเสี่ยงภัยในชีวิตประจำวันกลับไม่มีอาวุธปืนไว้ใช้งาน ในขณะที่กลุ่มคนร้ายยังคงเข้าถึงอาวุธผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ตามอำเภอใจ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการความมั่นคงภายในประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การถกเถียงเรื่องการควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทยมักเผชิญกับความท้าทายระหว่างการออกกฎหมายควบคุมผู้มีอาวุธโดยสุจริตกับการปราบปรามตลาดมืดใต้ดิน การที่เจ้าหน้าที่รัฐถูกจำกัดการเข้าถึงอาวุธในขณะที่ช่องทางออนไลน์ยังมีการซื้อขายปืนเถื่อนสะท้อนถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลที่เข้มงวดมากกว่าการจำกัดสิทธิของเจ้าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกวาดล้างขบวนการค้าอาวุธเถื่อนบนโลกออนไลน์อย่างจริงจัง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์
ข้อเสนอดังกล่าวเน้นย้ำถึงการกดดันให้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ลบเนื้อหาการซื้อขายอาวุธอย่างเด็ดขาด ก่อนที่สถานการณ์ความปลอดภัยของสังคมไทยจะเข้าสู่จุดวิกฤตที่ฝ่ายอาชญากรมีแสนยานุภาพเหนือกว่าเจ้าหน้าที่รัฐผู้ดูแลกฎหมาย
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น