ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจาะลึกปฏิบัติการปราบพ่อทิพย์และกักตุนน้ำมัน รัฐบาลลุยขยายผลสกัดคอร์รัปชัน

เผยความคืบหน้าปฏิบัติการทลายเครือข่ายสัญชาติเท็จและคดีน้ำมันผิดปกติมูลค่ากว่า 2.3 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้ามาตรการภาครัฐระบบเปิด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
12 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
เจาะลึกปฏิบัติการปราบพ่อทิพย์และกักตุนน้ำมัน รัฐบาลลุยขยายผลสกัดคอร์รัปชัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รัฐบาลลุยปราบขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรเท็จและกักตุนน้ำมัน
  • เปิด 3 ปฏิบัติการสำคัญ ทลายกุมารทิพย์ ย้อนเกล็ดมังกร และถอดเกล็ดมังกร
  • ตรวจพบน้ำมันผิดปกติ 57 ล้านลิตร มูลค่ากว่า 2.3 พันล้านบาท
  • ดันระบบ Open Government เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล โดยระบุว่ามีความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ พร้อมกันนี้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินหน้ากวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ทุจริตระบบทะเบียนราษฎร

ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างให้ชายไทยจดทะเบียนรับรองบุตรและแจ้งเกิดเท็จ เพื่อช่วยให้เด็กต่างชาติได้รับสัญชาติและสูติบัตรไทยโดยมิชอบ โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิด 3 ปฏิบัติการหลัก ประกอบด้วย

  • ปฏิบัติการ “ทลายกุมารทิพย์”: จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตห้วยขวางได้เพิกถอนรายการแจ้งเกิดเท็จของบุตรคนต่างด้าว 2 ราย
  • ปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร”: จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 6 รายเมื่อวันที่ 29 เมษายน ซึ่งประกอบด้วยชาวจีน 2 ราย ชายไทยรับจ้างจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตร 3 ราย และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 ราย พร้อมขยายผลออกหมายจับเพิ่มอีก 35 รายเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม
  • ปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร”: ดำเนินการระหว่างวันที่ 9-11 กรกฎาคม ศาลอนุมัติหมายจับ 35 หมาย จับกุมได้ 32 ราย โดยมารดาสัญชาติจีนเดินทางออกนอกประเทศ 1 ราย และหลบหนี 2 ราย
57ลิตรน้ำมันผิดปกติ
2.3พันล้านมูลค่าความเสียหาย

ศาลมีความเห็นว่าผู้ต้องหาในกลุ่มนี้มีพฤติการณ์ร้ายแรงและทำเป็นขบวนการกระทบต่อความมั่นคง จึงไม่อนุมัติให้ประกันตัวผู้ต้องหา 27 ราย ขณะที่ ปปง. เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดอายัดทรัพย์สินต่อไป นอกจากนี้ ทางการยังพบความผิดปกติของน้ำมันประมาณ 57 ล้านลิตร มูลค่ากว่า 2.3 พันล้านบาท ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พร้อมด้วยกรมธุรกิจพลังงาน ตำรวจ สรรพสามิต ศุลกากร เจ้าท่า ฝ่ายปกครอง กระทรวงกลาโหม และ ศรชล. ได้ร่วมมือกันสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้อง 3 คดีในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและภาคใต้

Thailand national police headquarters Bangkok

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การบูรณาการหน่วยงานหลายภาคส่วนในลักษณะนี้สะท้อนถึงการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยช่องว่างทางทะเบียนราษฎรและการลักลอบค้าน้ำมัน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรง แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงของรัฐในระยะยาว การดึงกลไก Open Government เข้ามามีส่วนร่วมจึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสร้างความโปร่งใสจากฐานราก

ในระยะยาว รัฐบาลยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด หรือ Open Government เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายได้มากขึ้น ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างยั่งยืน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้