ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เปิดใจเส้นทางชีวิต จากแกรมมี่สู่ดีเจแฉ และจุดเปลี่ยนผันตัวเป็นเชฟเจลาโต้

ย้อนเส้นทางชีวิตในวงการบันเทิงของ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ตั้งแต่ยุคบุกเบิกรายการแฉคู่กับมดดำ จนถึงเหตุผลที่ตัดสินใจหันหลังให้ทีวีและผันตัวมาทำธุรกิจร้านเจลาโต้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
25 Jul 2026ที่มา: Thairath Entertainment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 02 Aug 2026
แชร์
กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เปิดใจเส้นทางชีวิต จากแกรมมี่สู่ดีเจแฉ และจุดเปลี่ยนผันตัวเป็นเชฟเจลาโต้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เผยจุดเริ่มต้นช่วงโควิดทำให้บริษัทบันเทิงและอีเวนต์หยุดชะงัก จนต้องตัดสินใจแยกย้ายกับพนักงานกว่าร้อยชีวิต
  • ตัดสินใจอำลาวงการทีวีเพราะทำมานานจนอิ่มตัว รู้ทุกมิติและไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป
  • ร่วมงานกับ A-Time และเป็นผู้ริเริ่มทำเดโมรายการแฉก่อนที่ มดดำ คชาภา จะเข้ามาสมทบ
  • มีความผูกพันสนิทสนมกับมดดำถึงขั้นเคยนอนห้องเดียวกันและเดินทางไปต่างประเทศด้วยกันตลอด

กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ได้ย้อนเล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจบันเทิงและอีเวนต์ที่มีพนักงานรวมกว่าร้อยคน โดยในตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเช่นเดียวกับเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงเดือนที่สาม ทุกอย่างยังคงหยุดนิ่งและโปรดักชั่นรายการต่างๆ ต้องหยุดชะงักลง ทำให้เขาต้องพูดคุยกับทีมงานเพื่อตัดสินใจแยกย้ายกันไปก่อน

เมื่อพูดถึงประเด็นที่หลายคนสงสัยว่าเหตุใดจึงหายหน้าไปจากวงการบันเทิง ทั้งที่ไม่ได้ถูกเหวี่ยงออกจากวงการ กฤษณ์ระบุว่าตนเองเป็นคนที่อยู่กับอะไรนานๆ อย่างเช่นงานวิทยุที่ทำติดต่อกันถึง 10 ปี แต่เมื่อมาทำโทรทัศน์จนถึงจุดที่พีคและทำมาทุกบทบาททั้งพิธีกร ขายโฆษณา และตัดต่อด้วยทีมงาน In-house ของตัวเอง ทำให้รู้สึกเบื่อและต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ ให้กับชีวิต โดยยอมรับว่าในปัจจุบันยังคงมีบางช่วงที่คิดถึงบรรยากาศงานเฟสติวัล แต่สำหรับงานทีวีนั้นรู้สึกอิ่มตัวจนสุดทางและไม่คิดถึงอีกแล้ว

การเปลี่ยนผ่านจากผู้บริหารสื่อและพิธีกรแถวหน้าสู่วงการธุรกิจอาหารอย่างร้านเจลาโต้ สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซนเมื่อถึงจุดอิ่มตัว ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกเดินในช่วงวิกฤต การสร้างธุรกิจจากศูนย์ในวัยที่ประสบความสำเร็จมาแล้วระดับหนึ่งต้องอาศัยทั้งความยืดหยุ่นและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สูงมาก

vintage television broadcast studio

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในยุคแรกเริ่ม กฤษณ์เล่าว่าตนเองไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นศิลปินฝึกหัดของแกรมมี่ เนื่องจากรู้ตัวดีว่าเสียงร้องไม่ดีและไม่ใช่ทางของตนเอง จึงได้เข้ามาทำงานที่เอไทม์ จนกระทั่งได้มีโอกาสเริ่มต้นทำรายการแฉ ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นรูปแบบรายการที่แปลกใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากรายการวิทยุต่างประเทศที่มีการเปิดเพลงจำนวนมากและดีเจพูดน้อย แต่พี่ฉอด สายทิพย์ กลับมีความเชื่อมั่นว่าผู้ฟังชื่นชอบการฟังคนคุยกันมากกว่า จนเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของรายการแฉ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ตอนนั้นรถต้องหยุดอ่ะ ต้องแบบหยุดจอดฟังอ่ะ แม่xดังมาก"

กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์

กฤษณ์เล่าบรรยากาศในช่วงยุคแรกของการทำรายการแฉร่วมกับมดดำ คชาภา ว่าในเวลานั้นมดดำเข้ามาทีหลังและทำหน้าที่อ่านข่าวบันเทิงด้วยสไตล์ที่สดใหม่และออกอากาศแบบไลฟ์สด ซึ่งสร้างกระแสฮือฮาเป็นอย่างมากจนทำให้หนังสือพิมพ์ต้องนำไปลงข่าว ได้รับการตักเตือนจากหน่วยงานต่างๆ และถูกฟ้องร้องเป็นจำนวนมาก แม้กระทั่งตึกแกรมมี่ก็ยังมีการฟ้องร้องกันเองและต้องเคลียร์กันภายในจนเกิดความวุ่นวาย

จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น สู่ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับมดดำ คชาภา ซึ่งกฤษณ์เผยว่าทั้งคู่มีความผูกพันกันอย่างมาก เคยไปท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยกันทั้งจีน รัสเซีย และพม่า รวมถึงพักผ่อนในห้องเดียวกันอยู่ตลอดเวลา สอดคล้องกับคำเปิดใจของมดดำที่ระบุว่ากฤษณ์คือผู้ชายที่ทำให้มีมดดำในวันนี้ และเป็นผู้ที่คอยสั่งสอนสิ่งต่างๆ มาโดยตลอด แม้ว่าในยามที่อยู่ด้วยกันจะเคยตีกันเหมือนสุนัขก็ตาม

ที่มา: Thairath Entertainment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้