ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สงครามอิหร่านพ่นพิษผลกำไร TUI ร่วงกระแทกใจ 27% แต่ยอดจองเริ่มฟื้น

ยักษ์ใหญ่การท่องเที่ยวเยอรมนี TUI เผยกำไรไตรมาส 3 ดิ่งลงหลังเจอผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ทั้งเรือสำราญติดค้างและค่าน้ำมันพุ่ง แต่ผู้บริหารมั่นใจยอดจองล่าสุดกลับมาโต 7%

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Aug 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
สงครามอิหร่านพ่นพิษผลกำไร TUI ร่วงกระแทกใจ 27% แต่ยอดจองเริ่มฟื้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • TUI รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 ลดลง 27% เหลือ 233.8 ล้านยูโร
  • สงครามอิหร่านสร้างความเสียหายทางตรงราว 20 ล้านยูโรในไตรมาสนี้
  • ยอดจองช่วง 4 สัปดาห์ล่าสุดพุ่งขึ้น 7% ส่งผลให้บริษัทยังคงเป้าหมายกำไรเต็มปี

กลุ่มบริษัทท่องเที่ยวชื่อดังสัญชาติเยอรมนีอย่าง TUI Group ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในไตรมาสล่าสุด หลังจากผลประกอบการได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามอิหร่านที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการบิน เรือสำราญ และยอดจองแพ็กเกจท่องเที่ยวโดยรวมที่ชะลอตัวลงในช่วงก่อนหน้านี้

ทางบริษัทได้เปิดเผยตัวเลขผลประกอบการว่า กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ร่วงลงถึง 27% มาอยู่ที่ระดับ 233.8 ล้านยูโร หรือราว 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงความเสียหายโดยตรงจากสงครามอิหร่านประมาณ 20 ล้านยูโร หรือราว 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ผลกระทบสะสมรวมตลอดช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณนี้พุ่งสูงถึงราว 60 ล้านยูโร หรือประมาณ 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

27%กำไร EBIT ลดลง
€233.8Mกำไร EBIT ไตรมาส 3
7%ยอดจองเพิ่มขึ้นใน 4 สัปดาห์ล่าสุด

วิกฤตดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายแค่เพียงตัวเลขกำไรเท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาหน้างานที่ยุ่งยากและมีต้นทุนสูง ทั้งการที่เรือสำราญต้องติดค้างอยู่ในท่าเรือต่างๆ แถบตะวันออกกลาง ค่าใช้จ่ายมหาศาลในการส่งเครื่องบินไปรับแขกและลูกเรือนับพันชีวิตกลับประเทศ ต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทะยานสูงขึ้น รวมถึงความต้องการเดินทางที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจตลาดและสายการบิน (Markets + Airline) ที่พลิกกลับมาขาดทุนถึง 17.4 ล้านยูโร

luxury cruise ship at port

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การที่บริษัทท่องเที่ยวขนาดใหญ่อย่าง TUI ต้องเผชิญปัญหาเรือสำราญติดค้างและต้นทุนการอพยพสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เหตุการณ์นี้คล้ายคลึงกับวิกฤตการณ์ในอดีตที่เส้นทางบินและเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลางต้องหยุดชะงักกะทันหัน ส่งผลให้ต้นทุนการบริหารจัดการความเสี่ยงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ในงบประมาณปกติ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด ผู้บริหารระดับสูงของ TUI นำโดยซีอีโอ Sebastian Ebel กลับแสดงมุมมองในเชิงบวกต่อทิศทางธุรกิจระยะสั้น โดยระบุว่าโมเมนตัมการจองทริปท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว สังเกตได้จากยอดจองรายได้ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่เติบโตขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ยอดจองในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา และบริษัทยังคงคาดการณ์ผลกำไรพื้นฐานตลอดทั้งปีไว้ที่ 1.1 ถึง 1.4 พันล้านยูโร"

Sebastian Ebel, ซีอีโอ TUI Group

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังคงยืนยันคาดการณ์ผลกำไรพื้นฐาน (Underlying EBIT) สำหรับปีนี้อยู่ที่ 1.1 พันล้านยูโร ถึง 1.4 พันล้านยูโร โดยซีอีโอมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลประกอบการสิ้นปีจะสามารถทำตัวเลขได้สูงกว่าระดับต่ำสุดของเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ว่าผู้บริหารจะยอมรับตามตรงว่าในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทอาจจะลดราคาตั๋วเครื่องบินมากจนเกินไปเพื่อกระตุ้นความต้องการเดินทาง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วดีมานด์ดังกล่าวสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เองโดยไม่ต้องหั่นราคาลงลึกขนาดนั้นก็ตาม

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้