ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เบิร์นแฮมเตือนวิกฤตอิหร่านส่อฉุดเศรษฐกิจอังกฤษปีหน้าจ่อโตชะลอหนัก

แบบจำลองกระทรวงการคลังเตือนจีดีพีอังกฤษปี 2027 อาจโตเหลือเพียง 0.3% หากความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Aug 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เบิร์นแฮมเตือนวิกฤตอิหร่านส่อฉุดเศรษฐกิจอังกฤษปีหน้าจ่อโตชะลอหนัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กระทรวงการคลังอังกฤษประเมินจีดีพีปี 2027 อาจโตแค่ 0.3% หากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อถึงสิ้นปี 2026
  • เงินเฟ้ออาจพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 4.3% ในช่วงสามเดือนแรกของปีหน้าจากผลกระทบราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทาน
  • นายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม เผชิญแรงกดดันในการออกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพเพิ่มเติมในงบประมาณ 28 ตุลาคมนี้
  • รัฐบาลยืนยันยึดมั่นกฎวินัยทางการคลังและไม่ขึ้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเงินสมทบประกันสังคม

แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังจากผลการจำลองสถานการณ์ภายในของกระทรวงการคลังระบุว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีของสหราชอาณาจักรอาจแทบไม่เติบโตเลยในปีหน้า หากปัญหาความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี 2026 นี้ โดยข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยครั้งแรกโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่าเป็นกระบวนการปกติในการเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้

แม้เศรษฐกิจอังกฤษจะเริ่มต้นปีนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง แต่การเติบโตก็ต้องสะดุดลงจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสร้างความปั่นป่วนให้กับห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยในวันพฤหัสบดีนี้ ทางการจะมีการเปิดเผยตัวเลขทางการเกี่ยวกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่สองระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขจะอยู่ที่ 0.4 เปอร์เซ็นต์

0.3%คาดการณ์จีดีพีอังกฤษปี 2027 ในกรณีเลวร้าย
4.3%จุดสูงสุดของเงินเฟ้อในไตรมาสแรกปีหน้า

ภายใต้สมมติฐานกรณีเลวร้ายที่สุดที่กระทรวงการคลังนำเสนอต่อผู้นำรัฐบาล ซึ่งสมมุติว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาห้าเดือนข้างหน้า และยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพถาวรระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจนถึงปีใหม่ ตัวเลขจีดีพีตลอดปี 2026 จะอยู่ที่ 0.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่าที่สำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณหรือ OBR เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนในปี 2027 สถานการณ์จะยิ่งน่ากังวลมากขึ้นด้วยตัวเลขคาดการณ์เพียง 0.3 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับตัวเลขเดิมของ OBR ที่ 1.6 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 4.3 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสามเดือนแรกของปีหน้า จากปัจจุบันที่ระดับ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2 เปอร์เซ็นต์ของธนาคารกลางอังกฤษ

UK parliament building London

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การปิดกั้นหรือหยุดชะงักในเส้นทางนี้ย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่ทันทีต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นนี้ไม่เพียงแต่ซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชนผ่านค่าน้ำมันและค่าไฟ แต่ยังดันต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจให้สูงขึ้น ซึ่งบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมหภาคในระยะยาว

แรงกดดันทั้งหมดนี้ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของเบิร์นแฮมต้องพิจารณาทางเลือกในการใช้งบประมาณที่จะประกาศในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้แก่ครัวเรือนและภาคธุรกิจ แม้ว่าในช่วงสามสัปดาห์แรกของการเข้ารับตำแหน่ง เขาจะได้ประกาศยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มจากบิลค่าไฟฟ้าภายในบ้าน และเร่งจัดการกับปัญหาการถูกมัดมือชกจากสัญญาบริการอัตโนมัติไปแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยอมรับผ่านรายการ Wake up to Money ของบีบีซีว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ และส่งสัญญาณถึงความช่วยเหลือเพิ่มเติมในอนาคต

อย่างไรก็ตาม จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีคลัง ได้เน้นย้ำถึงนโยบายการรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะเป็นกรอบจำกัดงบประมาณใช้จ่ายของรัฐบาล พร้อมกับยืนยันว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาในแถลงการณ์หาเสียงเลือกตั้งปี 2024 ที่จะไม่ขึ้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเงินสมทบประกันสังคม รวมถึงรักษากฎเกณฑ์ทางการคลังที่อดีตรัฐมนตรีคลังราเชล รีฟส์ เคยกำหนดไว้ในการสร้างความสมดุลระหว่างรายจ่ายประจำและรายรับจากภาษีภายในสิ้นทศวรรษนี้

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้