นโยบายคุมสัญญาจ้างไร้ชั่วโมงทำงานอาจทำภาคธุรกิจสะดุ้งจ่ายเพิ่ม 2.9 พันล้านปอนด์
รัฐบาลอังกฤษเผยผลวิเคราะห์พบกฎหมายแรงงานใหม่กระทบภาคธุรกิจหนัก ด้านกลุ่มนายจ้างโวยซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจซบเซา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผลวิเคราะห์ทางการชี้ต้นทุนกฎหมายคุมสัญญาจ้างไร้ชั่วโมงอาจสูงถึง 2.9 พันล้านปอนด์ต่อปี
- ภาคธุรกิจค้าปลีกและบริการอาหารจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากนโยบายดังกล่าว
- รัฐบาลคาดมาตรการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 1 หมื่นล้านปอนด์จากความสุขและผลิตภาพที่ดีขึ้น
- จำนวนผู้ถือสัญญาจ้างไร้ชั่วโมงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.23 ล้านคนในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
การผลักดันปฏิรูปกฎหมายแรงงานภายใต้รัฐบาลพรรคแรงงานของสหราชอาณาจักร กำลังเผชิญเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจอย่างหนัก หลังรายงานวิเคราะห์อย่างเป็นทางการที่เปิดเผยเมื่อวันพุธระบุว่า มาตรการคุมเข้มสัญญาจ้างแบบไม่มีการันตีชั่วโมงทำงาน (Zero hours contracts) อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทต่างๆ สูงถึง 2.9 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ชั่วโมงทำงานที่รัฐบาลจะประกาศใช้ในท้ายที่สุด
รายงานฉบับดังกล่าวประเมินว่า ต้นทุนโดยรวมสำหรับนายจ้างจะอยู่ระหว่าง 350 ล้านปอนด์ ถึง 2.9 พันล้านปอนด์ โดยหากมองที่ตัวเลขระดับกลางจะอยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านปอนด์ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายราว 1.2 พันล้านปอนด์จากเพดานสูงสุด จะมาจากเงินชดเชยที่ภาคธุรกิจต้องจ่ายให้แก่พนักงานในกรณีที่มีการยกเลิกกะการทำงานกะทันหัน ขณะที่รัฐบาลแสดงความต้องการให้เกณฑ์ชั่วโมงกำหนดอยู่ที่ระหว่าง 8 ถึง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนจริงต่ำกว่าตัวเลขประเมินสูงสุดค่อนข้างมาก แม้ว่าก่อนหน้านี้สหภาพแรงงานบางแห่งจะเคยเรียกร้องให้ขยายไปถึง 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ตาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมุมมองของภาครัฐ เจ้าหน้าที่ระบุว่ามาตรการปฏิรูปนี้อาจสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับคืนมาได้ถึง 1 หมื่นล้านปอนด์ เนื่องจากคุณภาพชีวิตและผลิตภาพในการทำงานที่ดีขึ้นของพนักงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนสุทธิเฉลี่ยของนโยบายลงเหลือเพียง 300 ล้านปอนด์ ถึง 1.4 พันล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่รวมถึงประโยชน์ทางอ้อมอื่นๆ ที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินได้อย่างชัดเจน โดยภาคส่วนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีก ซึ่งพึ่งพาแรงงานไร้ชั่วโมงกลุ่มนี้เป็นหลัก
"เรากำลังเผชิญวิกฤตการว่างงานในกลุ่มเยาวชนอยู่แล้ว ตอนนี้จึงไม่ใช่เวลาที่จะทำให้การจ้างงานของนายจ้างมีต้นทุนสูงขึ้นไปอีก"
Kate Shoesmith จาก British Chambers of Commerce
ด้านตัวแทนจากภาคธุรกิจได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรง Kate Shoesmith ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของหอการค้าอังกฤษ (British Chambers of Commerce) มองว่าเรื่องนี้เปรียบเสมือนหมัดฮุกซ้ำเติมบริษัทที่กำลังดิ้นรนเอาตัวรอด สอดคล้องกับ Helen Dickinson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมค้าปลีกอังกฤษ (British Retail Consortium) ที่ตั้งคำถามว่านโยบายนี้จะคุ้มค่าสำหรับลูกจ้างจริงหรือไม่ พร้อมระบุว่ากลุ่มผู้ค้าปลีกจะต้องควักเงินอีกหลายร้อยล้านปอนด์เพื่อปรับปรุงระบบบัญชีเงินเดือนรองรับกฎหมายใหม่
บริบทเพิ่มเติม: สัญญาจ้างแบบไร้ชั่วโมงทำงาน (Zero hours contracts) เป็นรูปแบบการจ้างงานในสหราชอาณาจักรที่นายจ้างไม่ต้องรับประกันชั่วโมงการทำงานขั้นต่ำ และลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างเฉพาะเมื่อมีชั่วโมงทำงานจริง แม้รูปแบบนี้จะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นสูง แต่ก็สร้างความไม่มั่นคงด้านรายได้ให้กับพนักงานอย่างมาก โดยข้อมูลทางการล่าสุดชี้ว่าจำนวนผู้ถือสัญญาจ้างลักษณะนี้พุ่งขึ้นแตะระดับ 1.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 91,000 คนจากปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางในตลาดแรงงานท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
ในฝั่งของสหภาพแรงงาน Trades Union Congress (TUC) ออกมาโต้แย้งว่า ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นจะตกเป็นภาระก็ต่อเมื่อบริษัทมีการยกเลิกกะงานกระชั้นชิดเท่านั้น พร้อมเสริมว่าเป้าหมายของกฎหมายนี้คือการยุติพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อให้พนักงานชั่วโมงไม่แน่นอนมีความมั่นคงในชีวิต ดังนั้นผู้ประกอบการที่ดีจึงไม่มีอะไรต้องกังวล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของรัฐบาลเกี่ยวกับการกำหนดเกณฑ์ชั่วโมงภายใต้กฎระเบียบใหม่
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น