เจาะลึกเรื่องราวของ Phineas Fisher แฮกเกอร์สายมืดผู้ไม่เคยถูกจับตัวได้
ย้อนรอยเส้นทางของ Phineas Fisher แฮกเกอร์และนักกิจกรรมผู้สร้างความอับอายให้บริษัทสปายแวร์ระดับโลก และล่องหนไร้ร่องรอยจนถึงปัจจุบัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Phineas Fisher คือแฮกเกอร์ผู้โด่งดังจากการเจาะระบบบริษัทสปายแวร์
- สร้างชื่อเสียงครั้งใหญ่ด้วยการโจมตี Gamma Group และ Hacking Team
- เปิดโปงข้อมูลลับและเผยแพร่ซอร์สโค้ดมหาศาลจนบริษัทเสียหายหนัก
- ผ่านไปหนึ่งทศวรรษ ตัวตนที่แท้จริงยังคงเป็นปริศนาและไม่เคยถูกจับกุม
ในบรรดาแฮกเกอร์ผู้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาธารณชนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่มีใครโดดเด่นเท่ากับ Phineas Fisher แม้จะผ่านมานานนับทศวรรษนับตั้งแต่การเจาะระบบครั้งสำคัญที่สุด แต่ Phineas ยังคงเป็นแฮกเกอร์สายเปิดเผยตัวตนและมีผลงานชุกชุมที่สุดที่ไม่เคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว หากไม่นับรวมกลุ่ม Anonymous ซึ่งเป็นเครือข่ายแฮกทิวิสต์ที่มีผลงานปะปนกันไปและมักเน้นการสร้างกระแสข่าวมากกว่าการสร้างผลกระทบที่แท้จริง Phineas ถือเป็นนักกิจกรรมทางไซเบอร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เรื่องราวเต็มไปด้วยการเจาะระบบที่น่าทึ่งและคำถามที่ไม่มีวันสิ้นสุด
แฮกเกอร์รายนี้ถูกเรียกขานด้วยหลากหลายสถานะ ไม่ว่าจะเป็นนักอนาธิปไตย อาชญากรไซเบอร์ แฮกทิวิสต์ หรือศาลเตี้ยไซเบอร์ โดยตัวแฮกเกอร์เองเคยกล่าวไว้ว่าใช้ชื่อที่หลากหลายสำหรับการปฏิบัติการเจาะระบบแต่ละครั้ง จุดเริ่มต้นของ Phineas เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2014 เมื่อประกาศว่าสามารถเจาะเข้าระบบของ Gamma Group ผู้ผลิตสปายแวร์ FinFisher ซึ่งเป็นที่มาของฉายานี้ โดยใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @GammaGroupPR ในการเผยแพร่ข้อมูลที่ขโมยมา ไม่ว่าจะเป็นสปายแวร์มือถือ คู่มือผลิตภัณฑ์ และรายการราคา แม้ความเสียหายในตอนนั้นจะจำกัดและ FinFisher ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป แต่ Phineas ก็ได้เขียนบทความสรุปเหตุการณ์ที่แฝงไปด้วยแถลงการณ์แนวคิดฝ่ายซ้ายก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
หนึ่งปีต่อมา Phineas กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเจาะระบบ Hacking Team บริษัทผู้ผลิตสปายแวร์อีกราย โดยสามารถกวาดข้อมูลมาได้เกือบทั้งหมดมากกว่า 400 กิกะไบต์ ซึ่งรวมถึงซอร์สโค้ด อีเมลภายในนับหมื่นฉบับ สัญญาที่เป็นความลับ และรายชื่อลูกค้า ข้อมูลรั่วไหลเหล่านี้เปิดทางให้สื่อมวลชนเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวในเอกวาดอร์ เม็กซิโก และปานามา ส่งผลให้หลายปีต่อมา David Vincenzetti ซีอีโอของ Hacking Team จำใจต้องขายบริษัททิ้งในราคาเพียงหนึ่งยูโร และสำหรับอดีตพนักงานบางคน การถูกเจาะระบบในครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ
การโจมตีบริษัทผู้ผลิตสปายแวร์อย่าง Hacking Team และ Gamma Group ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สั่นสะเทือนวงการความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจากเครื่องมือสอดแนมเหล่านี้มักถูกขายให้กับรัฐบาลเพื่อใช้เจาะระบบนักข่าวและนักเคลื่อนไหว การที่แฮกเกอร์นำข้อมูลภายในมาเปิดเผยสาธารณะไม่เพียงแต่ทำลายธุรกิจของบริษัทเหล่านั้น แต่ยังสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการตรวจสอบอุตสาหกรรมสปายแวร์เชิงพาณิชย์ที่มักทำงานอยู่ภายใต้ความมืดมิด
หลังจากนั้น Phineas ยังคงปฏิบัติการต่อเนื่องด้วยการเจาะระบบสหภาพตำรวจ Mossos d’Esquadra ของแคว้นกาตาลุนยา พร้อมทั้งเผยแพร่บทความสรุปเหตุการณ์และวิดีโอสอนวิธีการแฮกความยาว 39 นาที ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์ต่อต้านตำรวจที่เคยประกาศไว้ เป้าหมายรายถัดมาคือพรรคการเมืองของเรเซป ไตยาร์ แอร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ซึ่งแรงจูงใจในครั้งนั้นมาจากการแสดงความ solidaridad หรือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับโรจาวา ภูมิภาคปกครองตนเองฝ่ายซ้ายทางเหนือและตะวันออกของซีเรียที่กำลังทำสงครามกับตุรกีอยู่
การโจมตีกรุงอังการานั้นเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งสุดท้าย บัญชีทวิตเตอร์และเรดดิทถูกลบไปนานแล้วจนไม่หลงเหลือร่องรอยบนโลกออนไลน์ อดีตพนักงานของ FinFisher ระบุว่าบริษัทไม่เคยติดต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเลย ขณะที่การสืบสวนของทางการอิตาลีในคดี Hacking Team ก็ปิดฉากลงโดยไม่พบหลักฐานใดๆ ที่ชี้ตัวตนที่แท้จริงของ Phineas ได้ อย่างไรก็ตาม จากรายงานของสื่อระบุว่า Phineas ยังคงมีชีวิตอยู่และเคยติดต่อมาในช่วงสองปีที่ผ่านมา
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น