ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Carrier Pidge แอปแชตส่งข้อความด้วยนกพิราบเสมือน ยิ่งไกลยิ่งช้า

Carrier Pidge แอปพลิเคชัน iOS สุดแปลกจากโนอาห์ ไอแอร์โรบิโน ส่งข้อความผ่านนกพิราบเสมือนตามระยะทาง GPS จริง เผยมีความเสี่ยงนกตายกลางทาง 0.2%

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Aug 20263 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
Carrier Pidge แอปแชตส่งข้อความด้วยนกพิราบเสมือน ยิ่งไกลยิ่งช้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Carrier Pidge แอปแชต iOS ส่งข้อความผ่านนกพิราบเสมือนตามระยะทาง GPS จริง
  • ยิ่งผู้รับอยู่ไกล ยิ่งต้องรอนาน เช่น ลอสแอนเจลิสไปนิวยอร์กใช้เวลา 22 ชั่วโมง
  • นกพิราบเสมือนมีความเสี่ยงหลงทางและตายกลางทางราว 0.2% ทำให้ข้อความหายถาวร
  • พัฒนาโดยโนอาห์ ไอแอร์โรบิโน ใช้เวลาสร้าง 3 สัปดาห์ และเปิดตัวในเดือนเมษายน 2026

แอปพลิเคชันรับส่งข้อความบนระบบปฏิบัติการ iOS ที่ใช้ชื่อว่า Carrier Pidge กำลังได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ ด้วยแนวคิดที่แหวกแนวและสวนทางกับแอปพลิเคชันแชตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะส่งข้อความถึงผู้รับในเสี้ยววินาที แอปนี้กลับจำลองการทำงานให้นกพิราบสื่อสารเสมือนจริงทำหน้าที่บินนำข้อความไปส่ง โดยระบบจะคำนวณระยะเวลาเดินทางตามพิกัด GPS จริงระหว่างผู้ส่งและผู้รับ ยิ่งปลายทางอยู่ห่างไกลเท่าไร ระยะเวลารอคอยก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

ในแง่ของความเร็ว นกพิราบเสมือนเหล่านี้ถูกกำหนดให้บินด้วยอัตราความเร็วพื้นฐาน 110 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การส่งข้อความหาผู้ใช้งานที่อยู่ในเมืองเดียวกันจึงใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่หากเป็นการส่งข้ามประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น เส้นทางจากลอสแอนเจลิสไปยังนิวยอร์ก จะใช้เวลาราว 22 ชั่วโมง และหากเป็นการส่งข้อความข้ามซีกโลก ระยะเวลาอาจกินเวลายาวนานถึงหลายวันเลยทีเดียว

0.2%โอกาสที่นกจะตายกลางทาง
177 กม./ชม.ความเร็วนกพิราบเสมือน
3 สัปดาห์เวลาในการพัฒนาแอป

จุดที่สร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับผู้ใช้งานคือ นกพิราบแต่ละตัวมีความเสี่ยงประมาณ 0.2 เปอร์เซ็นต์ที่จะบินหลงทางและเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง ซึ่งหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ข้อความดังกล่าวจะสูญหายอย่างถาวรและผู้ส่งจะต้องเริ่มต้นพิมพ์ใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอนั้น ผู้ส่งสามารถเปิดดูแผนที่เพื่อติดตามตำแหน่งปัจจุบันของนกพิราบที่กำลังบินอยู่ได้แบบเรียลไทม์ตลอดเส้นทาง

แอปพลิเคชันนี้พัฒนาโดย โนอาห์ ไอแอร์โรบิโน ซึ่งใช้เวลาลงมือสร้างราว 3 สัปดาห์ และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าแอปนี้ตั้งใจทำขึ้นมาให้ดูไร้สาระ โดยเขาได้โพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์ Reddit ว่าแอปดังกล่าวไม่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติจริง และที่ตัดสินใจทำเพราะต้องการกำจัดความคิดนี้ออกจากหัวสมอง

"แอปนี้ช้ากว่าอีเมล และบางครั้งนกก็ตายจนข้อความส่งไม่ถึง"

โนอาห์ ไอแอร์โรบิโน

ต่อมาโนอาห์ได้โพสต์อัปเดตผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 โดยระบุว่าเขาใช้เวลา 3 สัปดาห์ในการสร้างแอปแชตที่ทำงานได้ช้ากว่าอีเมล และบางครั้งนกก็ตายจนข้อความส่งไม่ถึงปลายทาง ซึ่งประเด็นนี้เองที่ช่วยผลักดันให้แอปพลิเคชันดังกล่าวกลับมาเป็นกระแสไวรัลอีกครั้งในโลกออนไลน์

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

แนวคิดการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่มีความกวนหรือจำกัดความสามารถโดยตั้งใจ (Intentional Friction) กำลังเป็นเทรนด์ที่สะท้อนการสร้างสรรค์นอกกรอบในวงการเทคโนโลยีสมัยใหม่ การเพิ่มอุปสรรคจำลองเช่นระยะทางหรือความเสี่ยงเสมือนช่วยดึงดูดผู้ใช้งานที่โหยหาความสนุกและประสบการณ์ที่แตกต่างจากความเร็วในชีวิตประจำวัน แม้ฟังก์ชันเหล่านั้นจะไม่ตอบโจทย์การใช้งานเชิงธุรกิจก็ตาม

pigeon bird flying map technology

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับแนวคิดของ Carrier Pidge นั้นมีความคล้ายคลึงกับแอปพลิเคชันอีกตัวที่มีชื่อว่า Roost ซึ่งเปิดตัวในช่วงเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกัน และใช้ระบบส่งข้อความผ่านนกเสมือนคล้ายกัน จนทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่ามีการลอกเลียนแบบไอเดียกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โนอาห์ ไอแอร์โรบิโน ได้ออกมายืนยันว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับผู้สร้างแอป Roost แล้ว พบว่าทั้งสองฝ่ายต่างคิดค้นไอเดียที่คล้ายคลึงกันขึ้นมาโดยบังเอิญ

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้