ครม. ปฏิรูประบบราชการ: ตั้งเป้าลดข้าราชการกว่า 30,000 อัตรา
ครม. เห็นชอบแผนปฏิรูปกำลังคนภาครัฐครั้งใหญ่ ตั้งเป้าลดข้าราชการกว่า 30,000 อัตรา และยุบหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 10% ภายในปี 2570 เพื่อแก้ปัญหารายจ่ายประจำพุ่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครม. ไฟเขียวแผนปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐครั้งใหญ่
- ตั้งเป้าลดอัตรากำลังข้าราชการมากกว่า 30,000 อัตรา เริ่มปีงบประมาณ 2570
- ยุบหน่วยงานส่วนกลางที่ไปตั้งในภูมิภาคและมีภารกิจซ้ำซ้อนลง 10%
- นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาลดขั้นตอนการทำงานและลดภาระงานในระบบราชการ
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญด้านงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากปัญหารายจ่ายประจำที่มีสัดส่วนสูงมาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐที่พุ่งสูงถึงประมาณ 70% ของงบประมาณทั้งหมด ส่งผลให้งบประมาณที่ควรถูกนำไปใช้สำหรับการลงทุนและการพัฒนาประเทศมีอยู่อย่างจำกัด ประกอบกับโครงสร้างของราชการในปัจจุบันยังคงมีปัญหาภารกิจซ้ำซ้อน อัตรากำลังที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณงานจริง รวมถึงการยึดติดกับระบบการทำงานแบบดั้งเดิม
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติเห็นชอบแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับลดขนาดองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มาตรการหลักประกอบด้วยการตรึงกรอบกำลังคน ห้ามเพิ่มอัตราใหม่โดยไม่จำเป็น พร้อมทั้งทยอยยุบตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณอายุและตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบข้าราชการอีกต่อไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
มาตรการสำคัญที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ได้แก่ การชะลอการตั้งอัตราข้าราชการใหม่ การยุบกรอบตำแหน่งที่มีการปล่อยว่างไม่มีการเบิกจ่ายงบ และการยุบตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะมีข้อยกเว้นสำหรับสายงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและขาดแคลน เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ เพื่อไม่ให้กระทบต่อบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน
การปฏิรูประบบราชการครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังมานานของประเทศไทย การที่งบประมาณแผ่นดินกว่า 70% ถูกใช้ไปกับรายจ่ายประจำทำให้ประเทศสูญเสียความสามารถในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเทคโนโลยี การกำหนดเป้าหมายลดกำลังคนและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แทน จึงเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล แต่ความท้าทายที่แท้จริงจะอยู่ที่การบริหารจัดการผลกระทบต่อบุคลากรและการบังคับใช้มาตรการอย่างจริงจังในทุกกระทรวงทบวงกรม
นอกจากนี้ ในส่วนของหน่วยงานส่วนกลางที่ไปจัดตั้งอยู่ในภูมิภาคและมีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานในพื้นที่ จะต้องถูกทบทวนและตั้งเป้าลดลง 10% ภายในปี 2570 พร้อมกันนี้ ทุกส่วนราชการจะต้องกลับมาทบทวนบทบาทภารกิจของตนเอง เพื่อพิจารณาว่างานใดสามารถลดขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีทดแทนคน หรือยกเลิกรูปแบบการดำเนินงานเดิมได้ โดยสำนักงาน ก.พ. จะเข้ามามีบทบาทในการจัดทำมาตรการสนับสนุน เช่น โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด การชะลอการเลื่อนระดับ และการปรับรูปแบบการจ้างงาน ขณะที่สำนักงาน ก.พ.ร. จะทำหน้าที่ผลักดันการลดความซ้ำซ้อนและปรับปรุงระบบการให้บริการประชาชนให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น