กลาโหมพร้อมใช้แอนตี้โดรนสกัดกัมพูชาป่วน ชี้ปมบ้านหนองจาน
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยไทยพร้อมใช้ระบบต่อต้านโดรนรับมือชายแดน ชี้กัมพูชาขนคนกลับบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เป็นการเมืองภายใน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กลาโหมระบุปมกัมพูชาขนคนกลับบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เป็นเรื่องการเมืองภายใน
- ไทยพร้อมใช้ระบบต่อต้านโดรนและส่งหนังสือประท้วงหลังกัมพูชานำโดรนบินก่อกวน
- ย้ำปัญหาไทย-กัมพูชาต้องแก้ผ่านกลไกทวิภาคี JBC และ GBC เท่านั้น
กระทรวงกลาโหมออกมาเคลื่อนไหวต่อสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน โดยระบุถึงกรณีที่มีรายงานว่าชาวกัมพูชาเตรียมอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ว่าประเด็นดังกล่าวยังต้องรอการตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาภาครัฐและผู้แทนระดับรัฐบาลได้มีการหารือร่วมกับหลายประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี ถนนวิทยุ ว่า ปัญหาข้อพิพาททั้งหมดระหว่างไทยและกัมพูชาถือเป็นเรื่องระหว่างสองประเทศโดยเฉพาะ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่าควรแก้ไขผ่านเวทีเจรจาทวิภาคี และไม่มีประเทศอื่นต้องการเข้ามาแทรกแซง โดยประเทศไทยมีความพร้อมในส่วนของกลไกที่มีอยู่แล้ว เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (GBC) ซึ่งทำหน้าที่กำหนดเส้นเขตแดนร่วมกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในประเด็นเรื่องการใช้โดรนบินก่อกวนตามแนวชายแดน รวมถึงกระแสข่าวเรื่องการใช้ระบบแอนตี้โดรนของฝั่งกัมพูชา โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่า ทางการไทยได้ดำเนินการส่งหนังสือประท้วงตามขั้นตอน พร้อมกันนี้ยังมีความพร้อมด้านมาตรการป้องกันด้วยระบบต่อต้านโดรนที่มีประสิทธิภาพ โดยได้รับการสนับสนุนความพร้อมจากภาคเอกชน แต่ขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคเชิงลึก
กลไก JBC (Joint Boundary Commission) และ GBC (General Border Committee) ถือเป็นเครื่องมือทางการทูตและความมั่นคงที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา การที่ภาครัฐย้ำให้ใช้กลไกเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระดับสูง และมุ่งเน้นการเจรจาภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดลุกลามเป็นความขัดแย้งใหญ่โต
อย่างไรก็ตาม กระบวนการเจรจาผ่านกรอบ JBC ยังคงต้องชะงักงา เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังไม่แสดงความพร้อมและมีการละเมิดข้อตกลง Joint Statement ที่ลงนามไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะการใช้โดรนและแอนตี้โดรนเข้ามาก่อกวน ทั้งที่ไทยปฏิบัติตามมาตรฐานสากลมาโดยตลอด ทำให้จุดยืนของรัฐบาลโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มองว่าหากยังไม่มีความจริงใจ การเจรจาก็ยังไม่เกิดประโยชน์
แม้บรรยากาศการเจรจาระดับชาติจะไม่เอื้ออำนวย แต่ความสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ชายแดนยังคงดำเนินไปได้ด้วยดี หน่วยทหารในพื้นที่อย่างกองกำลังบูรพาและกองกำลังสุรนารีมีการพูดคุยผ่านเวที RBC อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการลดความตึงเครียด ส่วนกรณีการซ้อมรบรหัสอังกอร์ เซนตินอล ระหว่างกัมพูชากับสหรัฐอเมริกานั้น ทางกระทรวงกลาโหมมองว่าเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณภัยและเป็นสิทธิอธิปไตย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนชาวไทยจะได้รับการปกป้องดูแลอย่างดีที่สุด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น