ชัยชนะแฉแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอยอาจารย์ ตุ๋นเงิน 2.6 ล้าน
ชัยชนะเปิดเผยกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอยเป็นอาจารย์ หลอกพ่อแม่นักศึกษาปี 1 โอนเงิน 2.6 ล้าน อ้างเป็นทุนเรียนต่อต่างประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างนักศึกษาปี 1 พัวพันคดีค้ายาเสพติดและมีหมายจับ
- คนร้ายสวมรอยเป็นอาจารย์และกงสุล หลอกผู้ปกครองว่าเด็กได้ทุนไปเรียนต่อเยอรมนี
- เหยื่อต้องหยิบยืมเงินคนรู้จักและโอนเงินสดรวมความเสียหายถึง 2.6 ล้านบาท
นายชัยชนะได้ออกมาเปิดเผยถึงพฤติกรรมอันแนบเนียนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์จำนวน 2 ราย หนึ่งในนั้นคือนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 ที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพอ้างว่ามีบัญชีธนาคารพัวพันกับคดีค้ายาเสพติดและมีหมายจับติดตัว
ความน่ากลัวของเหตุการณ์นี้คือคนร้ายไม่ได้หยุดอยู่แค่การข่มขู่เหยื่อโดยตรง แต่ยังบังคับให้นักศึกษารายดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงคนในครอบครัวของตนเองต่อ โดยมีการเปลี่ยนบัญชีไลน์ให้ใช้รูปโปรไฟล์และชื่อของอาจารย์ พร้อมทั้งหลอกลวงผู้ปกครองว่าบุตรสาวได้รับทุนการศึกษาไปศึกษาต่อต่างประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังได้ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่กงสุลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และอ้างความจำเป็นต้องใช้เงินเป็นหลักประกันรวมถึงค่าทำวีซ่า ทำให้ผู้ปกครองที่หลงเชื่อถึงขั้นต้องไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน เพื่อส่งมอบเงินให้ลูกสาวนำไปใช้เป็นหลักฐานทางการเงินสำหรับไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีความแนบเนียนมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งหลอกเหยื่อโดยตรง กลายเป็นการบังคับให้เหยื่อไปหลอกคนในครอบครัวต่อ ทำให้ผู้ปกครองยิ่งเชื่อและตัดสินใจให้เงินได้ง่ายขึ้น
นายชัยชนะ
สิ่งที่สร้างความตกใจให้กับสังคมยิ่งกว่านั้นคือ รูปแบบการรับเงินของคนร้ายไม่ได้จำกัดเพียงแค่การโอนผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังมีการสั่งให้ผู้เสียหายถอนเงินสดออกมาจำนวนมาก แล้วขับรถยนต์มารับเงินสดหลักล้านบาทถึงบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมของผู้เสียหายโดยตรงถึง 2 ครั้งด้วยกัน
กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นการยกระดับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ใช้หลักจิตวิทยาขั้นสูง (Social Engineering) โดยเปลี่ยนความกตัญญูและความหวังดีของพ่อแม่ให้กลายเป็นเครื่องมือในการรีดไถเงิน นอกจากนี้ การที่คนร้ายกล้าเดินทางมารับเงินสดด้วยตนเองถึงที่พักแสดงให้เห็นถึงความท้าทายต่อมาตรการบังคับใช้กฎหมายของไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบูรณาการข้อมูลเพื่อปิดช่องโหว่ทั้งเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลและการติดตามเส้นทางการเงินสด
จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายชัยชนะได้ฝากข้อเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้เร่งดำเนินการปราบปรามขบวนการนี้อย่างจริงจัง ติดตามคดีให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งหาแนวทางนำเงินกลับคืนมาให้ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด และตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาหลุดรั่วไปถึงมือโจรได้อย่างไร
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น