SPACE-F Batch 7: 3 สตาร์ตอัปโชว์เทคโนโลยีลด Food Waste
ส่อง 3 สตาร์ตอัปจาก SPACE-F Batch 7 ทั้ง Agrifreeze, Terra Bioindustries และ KINAVA กับเทคโนโลยีจัดการขยะอาหารตลอดห่วงโซ่อาหาร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- UNEP เผยปี 2022 โลกสร้างขยะอาหารรวม 1.05 พันล้านตัน โดย 60% มาจากครัวเรือน
- อียูประกาศกฎหมายบีบสมาชิกหั่นขยะอาหารลงภายในปี 2030 ตาม Waste Framework Directive
- Agrifreeze ใช้แม่เหล็กไฟฟ้าแช่แข็งทุเรียนยืดอายุสินค้า
- Terra Bioindustries แปลงกากเบียร์เป็นโปรตีนและใยอาหาร ส่วน KINAVA ใช้กระบวนการ HTC เปลี่ยนของเสียเปียกเป็นเชื้อเพลิง
ปัญหาขยะอาหารหรือ Food Waste ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งหาทางรับมือ โดยเฉพาะเมื่อรายงาน Food Waste Index 2024 ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ได้ประเมินไว้ว่า ในปี 2022 โลกเราสร้างขยะอาหารจากกลุ่มค้าปลีก บริการอาหาร และครัวเรือนสูงถึง 1.05 พันล้านตัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 19% ของอาหารทั้งหมดที่มีไว้สำหรับผู้บริโภค และที่น่าตกใจคือ 60% ของปริมาณดังกล่าวมาจากฝั่งครัวเรือนโดยตรง
แรงกดดันในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เป้าหมายแบบสมัครใจอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กติกาที่สามารถวัดผลได้อย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่น สหภาพยุโรปได้ทำการแก้ไข Waste Framework Directive ในปี 2025 โดยกำหนดเป้าหมายผูกพันให้ประเทศสมาชิกต้องลดขยะอาหารภายในปี 2030 ลงให้ได้ 10% ในภาคการแปรรูปและการผลิต และลดลง 30% ต่อคนในภาคค้าปลีก ร้านอาหาร บริการอาหาร และครัวเรือน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2021-2023

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อการสูญเสียอาหารมีต้นทุนมหาศาลทั้งในแง่ของวัตถุดิบ พลังงาน การขนส่ง และการกำจัด คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการจึงไม่ใช่แค่การจัดการขยะที่ปลายทางอีกต่อไป แต่เป็นการป้องกันไม่ให้เกิด Waste ตั้งแต่ต้นทาง และการนำผลพลอยได้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไปต่อยอดให้คุ้มค่าที่สุด โครงการ SPACE-F Batch 7 จึงได้พาไปทำความรู้จักกับ 3 ทีมสตาร์ตอัป ได้แก่ Agrifreeze, Terra Bioindustries และ KINAVA ที่เข้ามาแก้โจทย์นี้ในแต่ละช่วงของห่วงโซ่อาหาร
การจัดการขยะอาหารในยุคปัจจุบันได้ขยับจากการแก้ปัญหาปลายทาง เช่น การนำเศษอาหารไปทำปุ๋ย มาเป็นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสกัดคุณค่าทางโภชนาการและพลังงานกลับคืนมา ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการกำจัดขยะ
เริ่มต้นที่ช่วงต้นทางของการป้องกันการสูญเสีย Agrifreeze สตาร์ตอัปจากประเทศสิงคโปร์ ได้พัฒนาเทคโนโลยีแช่แข็งด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ electromagnetic field (EMF) เพื่อควบคุมโมเลกุลของน้ำในระหว่างขั้นตอนการแข็งตัว ช่วยให้เกิดผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กจิ๋ว และลดความเสียหายต่อโครงสร้างภายในของอาหาร โดยได้ร่วมมือกับ Spike Durian ในสิงคโปร์ นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับทุเรียนพันธุ์ Musang King เพื่อรักษาทั้งเนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติหลังการละลาย พร้อมขยายโอกาสจำหน่ายจากสินค้าตามฤดูกาลให้ขายได้ตลอดทั้งปี
ถัดมาในส่วนของกระบวนการผลิตที่มีผลพลอยได้หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น หลังกระบวนการต้มเบียร์ โรงงานมักจะเหลือกากธัญพืชหรือ brewers' spent grain ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวบาร์เลย์ที่ผ่านการสกัดน้ำตาลไปแล้วแต่ยังมีโปรตีนและใยอาหารหลงเหลืออยู่ Terra Bioindustries จากประเทศแคนาดา จึงเข้ามาแก้โจทย์นี้ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มแยกส่วนประกอบกากเบียร์ออกเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงหลายชนิด ได้แก่ โปรตีนเข้มข้น TERRA Protina, ใยอาหาร TERRA Fibra, ส่วนผสมทดแทนโกโก้ TERRA Choc และน้ำเชื่อมมอลต์อเนกประสงค์ TERRA Malt เพื่อหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบอาหารอีกครั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในกรณีที่ของเสียมีความชื้นสูง เสื่อมสภาพ หรือปะปนจนไม่สามารถนำกลับมาเป็นอาหารได้ เทคโนโลยีอย่าง KINAVA จากเกาหลีใต้ ได้เข้ามาช่วยกู้คืนพลังงานผ่านกระบวนการ hybrid hydrothermal carbonization หรือ HTC ซึ่งเป็นการให้ความร้อนแก่ชีวมวลที่มีน้ำภายใต้แรงดัน เพื่อผลิตของแข็งอุดมด้วยคาร์บอนที่เรียกว่า hydrochar โดยจุดเด่นคือสามารถจัดการกับวัตถุดิบเปียกได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการอบแห้งทั้งหมด พร้อมทั้งเดินหน้าโครงการสาธิตร่วมกับ Korea East-West Power เพื่อเปลี่ยนกากตะกอนน้ำเสียและเศษไม้ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงแข็ง
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น