ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวน Andreessen Horowitz

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดฉากสอบสวน Andreessen Horowitz กรณีตัวแทนบริษัทนั่งบอร์ดบริหารบริษัทคู่แข่งอย่าง Databricks และ Fivetran

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Aug 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวน Andreessen Horowitz

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวน Andreessen Horowitz เกือบหนึ่งปี
  • ประเด็นการตรวจสอบพุ่งเป้าไปที่การส่งพาร์ตเนอร์นั่งบอร์ดบริษัทคู่แข่ง
  • บริษัทในพอร์ตอย่าง Databricks และ Fivetran กลายมาเป็นคู่แข่งกันภายหลัง
  • การสอบสวนนี้อ้างอิงกฎหมาย Clayton Act มาตรา 8 อายุ 112 ปี

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หรือ DOJ กำลังดำเนินการสอบสวนบริษัทร่วมลงทุนชื่อดังอย่าง Andreessen Horowitz หรือ a16z หลังจากมีรายงานว่าพาร์ตเนอร์ของบริษัทดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารในบริษัทสตาร์ทอัพคู่แข่งสองแห่ง โดยการสืบสวนที่ดำเนินมาเกือบหนึ่งปีนี้มุ่งเป้าไปที่การถือครองเก้าอี้บอร์ดใน Databricks ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1.9 แสนล้านดอลลาร์ และ Fivetran ที่เพิ่งควบรวมกิจการกับ dbt Labs เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เบน ฮอโรวิทซ์ (Ben Horowitz) ผู้ร่วมก่อตั้ง a16z ดำรงตำแหน่งบอร์ดบริหารของ Databricks ขณะที่มาร์ติน คาซาโด (Martin Casado) พาร์ตเนอร์ของบริษัท นั่งเป็นบอร์ดบริหารของ Fivetran นักลงทุนร่วมทุนหลายรายระบุว่าพวกเขารู้สึกประหลาดใจกับข่าวการสอบสวนนี้ เนื่องจากทั้งสองบริษัทไม่ได้เป็นคู่แข่งกันตั้งแต่ช่วงแรกที่ a16z เข้าไปลงทุน โดยเดิมที Databricks โดดเด่นเรื่องผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ แต่ต่อมาได้ขยายกิจการสู่บริการท่อส่งข้อมูล AI และตัวเชื่อมต่อแอปพลิเคชันด้วยผลิตภัณฑ์ Lakeflow ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Fivetran อยู่แล้ว

technology venture capital office building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

$190Bมูลค่าบริษัท Databricks
112ปีของกฎหมาย Clayton Act

การที่กองทุนขนาดใหญ่สนับสนุนบริษัทหลายร้อยแห่งทำให้การที่สตาร์ทอัพบางรายจะเปลี่ยนทิศทางธุรกิจหรือขยายตลาดจนกลายมาเป็นคู่แข่งกันเองเป็นเรื่องที่เกือบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในปัจจุบันการลงทุนในคู่แข่งโดยตรงจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น เช่น กรณีที่กองทุนหลายแห่งลงทุนทั้งใน Anthropic และ OpenAI พร้อมกัน แต่การส่งคนเข้าไปนั่งในบอร์ดบริหารของคู่แข่งนั้นสร้างความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่รุนแรงกว่ามาก เนื่องจากกรรมการบริษัทมักเข้าถึงข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่อ่อนไหวมากกว่านักลงทุนทั่วไป

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การสอบสวนกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เริ่มหันมาเข้มงวดกับบทบาทของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ (Venture Capital) ในบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการผูกขาดและการเข้าถึงข้อมูลภายใน ซึ่งอาจเปลี่ยนบรรทัดฐานการทำงานของวงการ VC ทั่วโลกที่เดิมเคยอาศัยเครือข่ายและความใกล้ชิดกับผู้บริหารสตาร์ทอัพในการผลักดันธุรกิจให้เติบโต

ปัญหาความขัดแย้งลักษณะนี้สามารถแก้ไขได้โดยให้พาร์ตเนอร์ลาออกจากบอร์ดบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือในกรณีของ a16z ที่ส่งคนละคนเข้ารับตำแหน่งในแต่ละบริษัท อาจมีการจัดตั้งระบบกำแพงกั้นข้อมูลหรือ Chinese wall ระหว่างฮอโรวิทซ์และคาซาโด เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองคนแชร์ข้อมูลลับของบริษัทต่อกัน นักลงทุนรายหนึ่งระบุ

การสืบสวนครั้งนี้มีการอ้างอิงถึงมาตรา 8 ของกฎหมาย Clayton Act ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าแก่อายุ 112 ปี ที่ห้ามมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลทำหน้าที่เป็นกรรมการในบริษัทคู่แข่ง เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลแทบไม่เคยใช้กฎกฎหมายข้อนี้กับวงการร่วมลงทุนมาก่อน ทำให้คนในอุตสาหกรรมต่างจับตาดูผลการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หากสุดท้ายแล้ว a16z ถูกบังคับให้ต้องสละเก้าอี้กรรมการ ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพอาจให้คุณค่ากับคำมั่นสัญญาเรื่องการนั่งบอร์ดจากกองทุนระดับท็อปลดน้อยลง เนื่องจากนักลงทุนเหล่านั้นอาจต้องถอนตัวหากเกิดกรณีที่พอร์ตโฟลิโอทับซ้อนกันในอนาคต

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้