อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มประเมินความคุ้มค่าของ AI อย่างจริงจัง
บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่เริ่มแยกแยะผลตอบแทนจาก AI ชี้ Booking และ Airbnb โชว์ผลงานเด่น ขณะที่ Expedia มุ่งเก็บข้อมูลความต้องการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่เริ่มวัดผลความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI อย่างจริงจัง
- Airbnb เผยต้นทุนบริการลดลง 16% และแก้ปัญหาเองได้ 45% ดันหุ้นพุ่ง 17%
- Expedia ชี้เครื่องมือ AI ช่วยเพิ่มข้อมูลความต้องการของผู้เดินทางกว่า 60%
- Sabre และ Amadeus เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มองเป็นระยะกลางถึงยาว
การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่จริงจังและมุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจมากขึ้น โดยบริษัทชั้นนำเริ่มมีความชัดเจนในการเปิดเผยว่าการใช้งานเทคโนโลยีใดบ้างที่สามารถสร้างมูลค่าได้จริง และส่วนใดที่ยังคงต้องใช้เวลาพัฒนาต่อไป
จากการวิเคราะห์รายงานผลประกอบการ การนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน และการแสดงความคิดเห็นของผู้บริหารในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานกำลังปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับความคุ้มค่าของการลงทุน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในกลุ่มแพลตฟอร์มการจองและที่พักออนไลน์ Booking Holdings และ Airbnb สามารถสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้จากการใช้งาน AI โดย Airbnb มีมูลค่าหุ้นพุ่งสูงขึ้น 17% หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สอง พร้อมระบุว่าต้นทุนการบริการลูกค้าต่อการจองหนึ่งครั้งลดลงราว 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเกือบ 45% ของปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไขโดยไม่ต้องใช้มนุษย์เข้ามาแทรกแซง
ทางด้าน Expedia ระบุว่าผลิตภัณฑ์ AI บางส่วนที่ให้บริการแก่ผู้บริโภคเริ่มช่วยเพิ่มอัตราการแปลงผู้เข้าชมให้กลายเป็นผู้ซื้อได้แล้ว แม้ว่าบางเครื่องมือจะยังไม่สามารถสร้างยอดจองได้โดยตรง แต่บริษัทเชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกมูลค่าเพิ่มผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของนักเดินทางที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 60% ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ในอนาคต
การที่บริษัทท่องเที่ยวขนาดใหญ่เริ่มหันมาวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของ AI อย่างละเอียด แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้ได้ก้าวผ่านยุคของการทดลองทำตามกระแส (Hype cycle) ไปสู่การใช้งานจริงที่เน้นความคุ้มค่าทางธุรกิจ การลดต้นทุนสนับสนุนลูกค้าและการเก็บข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกจึงกลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญกว่าปริมาณการเข้าชมผ่านระบบสนทนาทั่วไป
ในส่วนของบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวอย่าง Sabre และ Amadeus เลือกที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ล่วงหน้าแม้ว่าปริมาณการใช้งานผ่านระบบตัวแทนอัตโนมัติ (agentic volumes) จะยังอยู่ในระดับต่ำ โดย Sabre ได้เพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์ด้าน API และ MCP เป็น 60 ราย แต่ประเมินว่าการท่องเที่ยวผ่านตัวแทน AI สำหรับผู้บริโภคยังคงเป็นเป้าหมายในระยะกลางถึงระยะยาว ขณะที่ Amadeus ได้รวมงบประมาณด้าน AI ไว้ในหมวดการวิจัยและพัฒนาโดยไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผลตอบแทนเฉพาะเจาะจง
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น