Meta เผชิญคดีใหญ่: ถูกฟ้องจงใจทำให้เด็กเสพติดโซเชียล
การพิจารณาคดีในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เริ่มขึ้นแล้ว โดย 29 รัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Meta สร้างความเสียหายต่อสุขภาพจิตของเยาวชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การพิจารณาคดีครั้งใหญ่ของ Meta เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอังคารในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
- 29 รัฐของสหรัฐฯ ร่วมฟ้องร้องในคดีที่ยื่นตั้งแต่ปี 2023
- โจทย์อ้างว่า Meta จงใจทำให้เด็กติดโซเชียลมีเดียและซ่อนผลกระทบ
- ทนายความของ Meta โต้แย้งว่าอาการเสพติดโซเชียลมีเดียนั้นไม่มีอยู่จริง
การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งสำคัญที่สุดของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อคณะลูกขุนในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ต้องใช้เวลาพิจารณาคดีนาน 6 สัปดาห์ ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากอัยการสูงสุดของหลายรัฐในสหรัฐฯ และทีมกฎหมายของบริษัท
คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาจากการฟ้องร้องเมื่อปี 2023 โดย 29 รัฐของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก โดยระบุว่า Meta ละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของเด็กทั้งในระดับรัฐและระดับ federal หลายกระทง พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์ม Instagram และ Facebook ครั้งใหญ่ เช่น การยกเลิกยอดกดไลก์และระบบเลื่อนฟีดไม่มีที่สิ้นสุด
ในวันเปิดการพิจารณาคดีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เมแกน โอเนลล์ ทนายความหลักตัวแทนจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้นำหลักฐานจากเอกสารนับล้านชิ้นที่ได้รับจาก Meta มาใช้ในการกล่าวเปิดคดี ซึ่งรวมถึงรายงานการวิจัยภายใน อีเมลของพนักงาน และบันทึกการสนทนาที่โยงไปถึงระดับผู้บริหารสูงสุดอย่างมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โอเนลล์ระบุว่าสิ่งที่ Meta เผยแพร่ต่อสาธารณะชนเรื่องการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าผลกำไรนั้น ขัดแย้งกับผลการวิจัยภายในอย่างสิ้นเชิง โดยกล่าวว่าเมื่อบริษัทต้องตัดสินใจ ผลกำไรมักจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ ขณะที่พอล ชมิดต์ ทนายความหลักของ Meta ได้ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าเสียงวิจารณ์จากเอกสารภายในนั้นอาจฟังดูรุนแรง แต่มุมมองที่ว่าวัยรุ่นจำนวนมากมีประสบการณ์ที่ดีบนแพลตฟอร์มกลับถูกมองข้ามไป
ประเด็นเรื่องการตรวจสอบอายุของผู้ใช้งานก็เป็นอีกหนึ่งจุดปะทะทางข้อเท็จจริง โดยชมิดต์ชี้ว่า กฎหมายความเป็นส่วนตัวที่ Meta ถูกกล่าวหาว่าละเมิดนั้น เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บริษัทไม่สามารถจัดเก็บและนำข้อมูลที่จำเป็นมาใช้ตรวจสอบผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนั้น ทางฝั่ง Meta ยังได้หยิบยกจุดยืนเดิมที่เคยกล่าวไว้ในการต่อสู้คดีอื่นๆในปีนี้ขึ้นมาอ้างอีกครั้งว่า อาการเสพติดโซเชียลมีเดียนั้นแท้จริงแล้วไม่มีอยู่จริง
"นั่นฟังดูแย่ทีเดียว"
พอล ชมิดต์ ทนายความของ Meta
คดีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความตื่นตัวของภาครัฐในการควบคุมอิทธิพลของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มีต่อเยาวชน โดยประเด็นเรื่องการออกแบบระบบให้ผู้ใช้งานติดหน้าจอ (เช่น Infinite Scroll หรือ Like Count) กำลังกลายเป็นข้อถกเถียงทางกฎหมายระดับโลก หากศาลตัดสินว่าบริษัทมีความผิดจริง อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในการออกกฎระเบียบควบคุมโซเชียลมีเดียทั่วโลก
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น