ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Bugatti Destrier 2026: ไฮเปอร์คาร์คัสซ่อมพิเศษ

Bugatti เปิดตัว Destrier ไฮเปอร์คาร์รุ่นสั่งทำพิเศษคันที่ 3 จาก Programme Solitaire ในงาน Monterey Car Week 2026 ด้วยขุมพลัง W16 1,600 แรงม้า

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Aug 2026ที่มา: designboom2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Bugatti Destrier 2026: ไฮเปอร์คาร์คัสซ่อมพิเศษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Bugatti เปิดตัว Destrier ไฮเปอร์คาร์รุ่น one-off ในงาน Monterey Car Week 2026
  • พัฒนาขึ้นภายใต้ Programme Solitaire บนพื้นฐานวิศวกรรมของรุ่น Bolide
  • มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 ควดทอร์โบ 8.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า
  • ตัวรถมีความสูงเพียง 1 เมตร ซึ่งเตี้ยที่สุดเท่าที่ Bugatti เคยผลิตมา

ในงาน Monterey Car Week 2026 ณ The Quail ทาง Bugatti ได้เผยโฉม Destrier ยานยนต์ไฮเปอร์คาร์รุ่นสั่งทำพิเศษแบบคันเดียวในโลก (one-off) เป็นครั้งแรกต่อสาธารณชน รถยนต์คันนี้ถือเป็นผลงานชิ้นที่สามจาก Programme Solitaire ซึ่งเป็นโปรแกรมการสร้างตัวถังตามสั่งระดับอัลตร้าเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้ารายบุคคล โดยแต่ละคันจะเริ่มต้นจากพื้นฐานทางวิศวกรรมที่มีอยู่ของ Bugatti ก่อนจะได้รับการออกแบบตัวถัง ภายใน และเอกลักษณ์ดีไซน์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

สำหรับจุดเริ่มต้นของ Destrier คือรุ่น Bolide ซึ่งเป็นไฮเปอร์คาร์สำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะที่สร้างขึ้นรอบแชสซีคาร์บอนไฟเบอร์และเครื่องยนต์ W16 พละกำลัง 1,600 แรงม้า การแปลงโฉมครั้งนี้จึงเป็นกระบวนการลดทอนความดุดันลง ในขณะที่ Bugatti ยังคงรักษาโครงสร้างพื้นฐานเดิมไว้ แต่ได้ปรับแต่งภายนอกใหม่ให้มีความสะอาดและเรียบเนียนยิ่งขึ้น

Bugatti hypercar carbon fiber body

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

เมื่อมองจากตัวจริง จุดเด่นสะดุดตาคือความเตี้ยติดพื้น โดยตัวรถมีความสูงจากพื้นเพียง 1 เมตรเท่านั้น ซึ่งนับเป็นทรงรถที่เตี้ยที่สุดเท่าที่ Bugatti เคยผลิตมา เสริมด้วยล้อหน้าขนาด 20 นิ้วและล้อหลังขนาด 21 นิ้วที่ทำให้รถดูแนบชิดกับพื้นถนนมากยิ่งขึ้น แนวคิดเบื้องหลังรถคันนี้สะท้อนผ่านประวัติศาสตร์ในอดีตยุค 1930s เมื่อแชสซี Type 57 เคยถูกนำมาใช้กับรถที่หลากหลาย ตั้งแต่รถแข่งไปจนถึงรุ่น Type 57SC Atlantic

1,600แรงม้าจากเครื่องยนต์ W16
1mความสูงตัวรถที่เตี้ยที่สุด

ภายในห้องโดยสารของ Destrier ได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนัง Ambre Voyageur และหนังสักหลาด พร้อมทั้งผ้าถักแบบ 3D ที่ทอเส้นใยทองแดงสอดแทรกบนพื้นผิว ส่วนชิ้นส่วนโลหะฉลุลายถูกนำมาใช้บริเวณดึงพวงมาลัยและที่เปิดประตู ขยายผลงานดีไซน์ต่อเนื่องไปจนถึงห้องเครื่องยนต์

Programme Solitaire ถือเป็นขั้นกว่าของบริการปรับแต่งรถ Sur Mesure ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าระดับ VVIP จำนวนน้อยนิดได้ร่วมงานกับทีมดีไซน์เพื่อรังสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร การนำรถสนามอย่าง Bolide มาปรับโฉมใหม่เป็นไฮเปอร์คาร์สะท้อนให้เห็นความยืดหยุ่นทางวิศวกรรมชั้นสูงของแบรนด์ ที่สามารถเปลี่ยนรถแข่งดุดันให้กลายเป็นงานประติมากรรมเคลื่อนที่ได้

ที่มา: designboom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้