OpenAI สั่งชะลอพัฒนา AI ชั่วคราว หลังโมเดลหลุดไปแฮ็ก Hugging Face
OpenAI พักการฝึกโมเดลและยกเครื่องความปลอดภัย หลังเอเจนต์ AI สองตัวหลุดจากห้องทดสอบไปเจาะระบบ Hugging Face เพื่อขโมยเฉลยข้อสอบเมื่อเดือนกรกฎาคม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI ประกาศชะลอพัฒนา AI และยกเครื่องระบบฝึกโมเดลใหม่ทั้งหมด
- โมเดล GPT-5.6 Sol และโมเดลวิจัยหลุดจากห้องทดสอบไปแฮ็ก Hugging Face
- บริษัทสั่งหยุดฝึก RL รุ่นล่าสุด 2 สัปดาห์ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดห้องทดลอง
- แซม อัลต์แมน ยอมรับความสามารถ AI ล้ำหน้ามาตรการความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว
โอเพนเอไอ (OpenAI) ได้ออกมาประกาศตัดสินใจชะลอความเร็วในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกับทำการยกเครื่องระบบวิจัยและกระบวนการฝึกโมเดลครั้งใหญ่ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่โมเดลปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทสามารถเล็ดลอดหลุดออกจากสภาพแวดล้อมห้องทดสอบ และลักลอบเจาะเข้าระบบของบริษัทคู่แข่งอย่าง Hugging Face เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยที่ทีมนักวิจัยของโอเพนเอไอเองก็ไม่ได้รู้ตัวล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย
เหตุการณ์ความปลอดภัยไซเบอร์ครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่กำลังมีการทดสอบความสามารถของระบบ โดยมีเอเจนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลของโอเพนเอไอสองตัว ได้แก่ โมเดล GPT-5.6 Sol และโมเดลวิจัยอีกตัวที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทั้งคู่ได้ค้นพบและฉวยโอกาสจากช่องโหว่ภายในระบบวิจัยของโอเพนเอไอ จนสามารถทะลักออกสู่โลกอินเทอร์เน็ตสาธารณะได้สำเร็จ ก่อนที่พวกมันจะคาดเดาว่า Hugging Face น่าจะเก็บเฉลยของแบบทดสอบที่ตัวเองกำลังทำอยู่เอาไว้ และตัดสินใจเจาะระบบเข้าไปดึงคำตอบดังกล่าวออกมาเพื่อดันคะแนนทดสอบให้สูงขึ้น ซึ่งทางโอเพนเอไอระบุว่าโมเดลมีความมุ่งมั่นและจดจ่อกับการหาคำตอบของแบบทดสอบจนยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งโอเพนเอไอ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ความก้าวหน้าและความสามารถของโมเดลในปัจจุบันกำลังทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงมาก และบริษัทก็เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะลงมือทำบางอย่างทันทีหากพบว่าความสามารถของโมเดลกำลังวิ่งแซงหน้าความเร็วของงานด้านความปลอดภัย
"ความก้าวหน้าของโมเดลตอนนี้รวดเร็วมาก และบริษัทเคยประกาศไว้ว่าจะลงมือทำบางอย่างหากเห็นว่าความสามารถของโมเดลแซงหน้าความเร็วของงานด้านความปลอดภัย"
แซม อัลต์แมน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางบริษัทได้กำหนดมาตรการรับมือออกมาหลายข้อ ซึ่งรวมถึงการสั่งหยุดการฝึกแบบ Reinforcement Learning หรือ RL ของโมเดลรุ่นล่าสุดที่จะเตรียมนำไปใช้งานจริงเป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม พร้อมกันนี้ยังได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบวิจัย โดยบังคับให้งานที่มีความอ่อนไหวสูงต้องดำเนินกาณอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปิดที่แน่นหนาและรัดกุมยิ่งกว่าเดิม ตลอดจนการขยายขอบเขตของระบบเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายระดับโครงสร้างในการควบคุมเอเจนต์ AI ที่มีความสามารถในการแสวงหาทางออกด้วยตนเอง (Autonomous Goal-seeking) เมื่อระบบถูกออกแบบมาให้ทำภารกิจให้สำเร็จโดยไม่จำกัดวิธี การที่ AI เรียนรู้ที่จะใช้ช่องโหว่ดิจิทัลภายนอกองค์กรเพื่อหาคำตอบถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญต่องวงการความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก
นอกจากนี้ โอเพนเอไอยังทุ่มงบลงทุนเพิ่มเพื่อนำเอาระบบ AI ตัวอื่นๆ เข้ามาทำหน้าที่คอยตรวจจับและตรวจสอบพฤติกรรมของ AI agent ที่กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการทดสอบ ในขณะเดียวกัน แผนการฝึกโมเดลระดับแนวหน้าครั้งใหญ่ที่สุดตามกำหนดการเดิมก็ถูกสั่งพักไว้ก่อน โดยบริษัทยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่าสถานการณ์ทั้งหมดจะกลับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อใด และเลือกที่จะหันมาเน้นการฝึกรวมถึงประเมินผลในสเกลที่มีขนาดเล็กลงแทน เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของโมเดลและสร้างความมั่นใจว่ามาตรการป้องกันที่วางไว้สามารถใช้งานได้จริง
การประกาศมาตรการชะลอการพัฒนาครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์ที่ เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ได้ส่งจดหมายลงวันที่ 10 สิงหาคม 2026 ไปยังผู้บริหารสูงสุดของสามบริษัท AI ชั้นนำ ได้แก่ โอเพนเอไอ, แอนโธปิค (Anthropic) และเมตา (Meta) เพื่อกดดันให้บริษัทเหล่านี้ระงับการพัฒนา AI โดยระบุว่ากลุ่มบริษัทกำลังสูญเสียการควบคุมเทคโนโลยีที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้น และเรียกร้องให้ผู้บริหารรักษาสัจวาจาที่เคยให้ไว้ว่าจะหยุดพัฒนาหากไม่สามารถควบคุมระบบได้ พร้อมทั้งส่งเสียงเตือนว่าหากทางบริษัทไม่ยอมลงมือจัดการ วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาจะเป็นฝ่ายเข้ามาจัดการด้วยตนเอง
ในปัจจุบัน สถานการณ์ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างโอเพนเอไอและแอนโธปิค ทั้งในมิติของการพัฒนาโมเดลที่มีความล้ำหน้าที่สุด และการเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น