ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ประเสริฐ สั่ง สพฐ. กันงบ 1.6 พันล้าน ชง ครม. ปรับโครงการ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. สั่ง สพฐ. กันงบ 1.6 พันล้านบาท ของโครงการ The Digital Skill/Credit Portfolio เตรียมชง ครม. เปลี่ยนแปลงงบไปใช้โครงการอื่นไม่ให้ซ้ำซ้อน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
20 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
ประเสริฐ สั่ง สพฐ. กันงบ 1.6 พันล้าน ชง ครม. ปรับโครงการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ประเสริฐสั่ง สพฐ. กันงบ 1.6 พันล้านบาทของโครงการ The Digital Skill/Credit Portfolio
  • เตรียมชง ครม. เปลี่ยนแปลงงบไปใช้โครงการอื่นที่เหมาะสมและไม่ซ้ำซ้อนกับ NDLP
  • ยืนยันเดินหน้าจัดซื้ออุปกรณ์เรียนการสอนผูกพัน 5 ปี (2569-2573) ในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม
  • นโยบายการศึกษาและร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คาดว่าจะเห็นผลรูปธรรมในปี 2570

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ให้เป็นไปตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

ในการประชุมครั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการขอกันงบประมาณวงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงบจากโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียม ด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิต Portfolio (The Digital Skill/Credit Portfolio : Empowering Education) เอาไว้ก่อน

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขั้นตอนหลังจากนี้คือการเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณดังกล่าวไปดำเนินโครงการอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า โดยต้องพิจารณารายละเอียดให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมทั้งบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างสองหน่วยงานให้เชื่อมโยงกันได้ในระยะยาว เพื่อป้องกันปัญหาความซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นๆ ตามข้อท้วงติงของหลายภาคส่วน เช่น โครงการ National Digital Learning Platform (NDLP)

การกันงบประมาณและปรับเปลี่ยนทิศทางโครงการดิจิทัลของกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการจัดระเบียบงบประมาณด้านเทคโนโลยีการศึกษาครั้งใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดการใช้งบซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานรัฐ การบูรณาการร่วมกับกระทรวง อว. จะช่วยให้ระบบเครดิตทางการศึกษา (Credit Bank) สามารถต่อยอดข้ามระดับการศึกษาได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการเรียนรู้ยุคใหม่

1.6 พันล้านงบประมาณที่ สพฐ. สั่งกันไว้
5 ปีระยะเวลาผูกพันงบจัดซื้ออุปกรณ์
2570ปีที่คาดว่านโยบายจะเห็นผลรูปธรรม

สำหรับในส่วนของการจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อเสริมสร้างการเรียนการสอนนั้น นายประเสริฐระบุว่าเป็นงบประมาณผูกพันระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2573 โดยมีการนำร่องใช้งานในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) ซึ่งในส่วนนี้จะไม่มีการทบทวนและต้องดำเนินโครงการต่อไปตามแผนเดิม

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"อย่างไรก็ตาม นโยบายหรือโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2569 เหมือนเป็นการออกแบบ และจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2570 ไม่ว่าจะเป็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ซึ่งคาดว่า จะมีผลบังคับใช้กลางปี 2570 รวมถึงนโยบาย Digital Transformation และการปรับโครงสร้างบุคลากร ก็จะเห็นผลชัดเจนขึ้น"

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวทิ้งท้ายว่า การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ในปีงบประมาณ 2569 เป็นเสมือนขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน และเชื่อมั่นว่าประชาชนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้นในปี 2570 ทั้งร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ การยกระดับสู่ Digital Transformation รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรทางการศึกษา

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้