ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google เปิดวิจัย PhotoScan ใช้มือถือวัดไขมันแม่นยำสูง

Google Research เปิดตัวงานวิจัย PhotoScan เมื่อ 17 สิงหาคม 2026 ใช้กล้องสมาร์ทโฟนประเมินไขมันในร่างกายแม่นยำใกล้เคียงเครื่อง DXA

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
20 Aug 2026ที่มา: Thairath Lifestyle3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Google เปิดวิจัย PhotoScan ใช้มือถือวัดไขมันแม่นยำสูง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Google Research เผยแพร่งานวิจัย PhotoScan เมื่อ 17 ส.ค.
  • ใช้กล้องมือถือถ่ายภาพ 2 มิติเพื่อประเมินไขมันในร่างกาย
  • มีความแม่นยำใกล้เคียงกับการสแกนด้วยเครื่อง DXA
  • เตรียมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สวมใส่ออกในเดือนกันยายน 2026

Google Research ได้เผยแพร่งานวิจัยชิ้นใหม่ที่มีชื่อว่า PhotoScan เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเป็นงานวิจัยในระยะทดลองที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี Deep Learning เพื่อประเมินองค์ประกอบภายในร่างกายจากภาพถ่ายสองมิติผ่านกล้องของสมาร์ทโฟนโดยตรง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้กับเทวดาสุขภาพของผู้ใช้งานทั่วไป

จากการทดลองเบื้องต้นของทางกูเกิลพบว่าระบบ PhotoScan สามารถทำนายภาวะดื้ออินซูลินได้อย่างแม่นยำใกล้เคียงกับการสแกนด้วยเครื่อง DXA และยังให้ค่าไขมันในร่างกายที่แม่นยำกว่าเซนเซอร์ BIA ที่มักพบในสมาร์ทวอทช์ทั่วไป โดยระบบจะทำการประเมินค่าออกมา 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย อัตราส่วนไขมันช่วงลำตัวต่อสะโพก และอัตราส่วนไขมันในช่องท้องต่อไขมันใต้ผิวหนัง ผ่านการถ่ายภาพคู่ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง

ในด้านกระบวนการทำงาน ทีมวิจัยได้ฝึกฝนโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมสถาปัตยกรรม ResNet-50 เริ่มต้นด้วยข้อมูลจาก UK Biobank จำนวน 35,323 ราย และปรับจูนด้วยชุดข้อมูล PhotoBIA จากอาสาสมัคร 677 ราย ก่อนนำไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างอิสระ MetabolicMosaic จำนวน 132 ราย จากการศึกษาในซานฟรานซิสโก

2.15ความคลาดเคลื่อนเปอร์เซ็นต์ไขมัน
0.760ค่า AUROC ทำนายภาวะดื้ออินซูลิน

ผลการทดสอบกับกลุ่ม PhotoBIA แสดงให้เห็นว่า PhotoScan มีค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายอยู่ที่ 2.15 ขณะที่โมเดลเซนเซอร์ BIA อยู่ที่ 2.91 นอกจากนี้ เมื่อประเมินความสามารถในการจำแนกภาวะดื้ออินซูลิน การเพิ่มข้อมูลจาก PhotoScan ช่วยดันค่า AUROC ให้ขยับขึ้นจากโมเดลพื้นฐานที่ 0.692 ไปอยู่ที่ 0.760 ซึ่งใกล้เคียงกับการใช้ข้อมูลสแกน DXA ที่ทำได้ 0.773

artificial intelligence deep learning data analysis screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ Google พยายามพัฒนาเครื่องมือประเมินไขมันผ่านกล้องสมาร์ทโฟน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลดข้อจำกัดของอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทางอย่างเครื่อง DXA ที่มีราคาแพงและเข้าถึงยาก รวมถึงการแก้ปัญหาความคลาดเคลื่อนของเซนเซอร์ BIA บนนาฬิกาอัจฉริยะที่มักวัดได้เพียงค่าไขมันรวมแบบหยาบๆ การใช้ Deep Learning เข้ามาวิเคราะห์ภาพถ่าย 2 มิติจึงเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีการประเมินสุขภาพเชิงลึกเข้าใกล้ผู้บริโภคทั่วไปได้ง่ายขึ้นผ่านอุปกรณ์ที่ทุกคนพกติดตัวอยู่แล้ว

งานวิจัยชิ้นนี้ถูกต่อยอดไปสู่ฟีเจอร์ด้านสุขภาพอย่าง Insulin Resistance Trends ซึ่งประเมินแนวโน้มภาวะดื้ออินซูลินจากข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ การนอน และการเคลื่อนไหว โดยมีกำหนดทยอยปล่อยในเดือนกันยายน 2026 ครอบคลุมอุปกรณ์อย่าง Pixel Watch 3, Pixel Watch 4 และ Fitbit Air ในขณะที่ฝั่งคู่แข่งอย่างซัมซุงยังมีแนวทางใช้เซนเซอร์ BioActive ที่มี BIA เป็นองค์ประกอบหลักใน Galaxy Watch Ultra2 ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ทางทีมวิจัยของกูเกิลระบุทิ้งท้ายว่า แม้การสแกน DXA จะยังคงเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ที่แม่นยำที่สุดแต่ขยายผลได้ยาก ส่วน BIA สะดวกแต่ให้ข้อมูลจำกัด PhotoScan จึงเป็นทางเลือกตรงกลางที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ทั้งหมดในปัจจุบันยังคงเป็นเพียงความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคและเป็นงานต้นแบบของการวิจัยเท่านั้น

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้