อังกฤษห้ามหวั่นไหวภัยคุกคามอิหร่าน เวส สตรีทติ้ง ย้ำจุดยืนชัดเจน
รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักรระบุ ประเทศไม่ควรหวาดกลัวต่อการขู่โจมตีของอิหร่าน พร้อมยืนกรานไม่ร่วมปฏิบัติการรุกราน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เวส สตรีทติ้ง ระบุ สหราชอาณาจักรไม่ควรหวั่นไหวต่อคำขู่คุกคามจากอิหร่าน
- ย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลไม่อนุญาตและจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกต่ออิหร่าน
- อังกฤษเตรียมพร้อมนำภารกิจกองเรือกู้ภัยเคลียร์ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
เวส สตรีทติ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร ออกมาแสดงจุดยืนล่าสุดโดยระบุว่า ประเทศไม่ควรปล่อยให้ภัยคุกคามและการข่มขู่จากอิหร่านสร้างความหวาดกลัวหรือสั่นคลอนได้ โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน ทางการอิหร่านได้ออกมาอ้างว่าสหราชอาณาจักรตกเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม เนื่องจากมีบทบาทในการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
ในขณะเดียวกัน สตรีทติ้งได้ชี้แจงถึงขอบเขตความร่วมมือทางทหารระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาว่า สหราชอาณาจักรได้อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในดินแดนอังกฤษเพื่อดำเนินปฏิบัติการที่มีลักษณะเป็นการ "ป้องกันตัว" เท่านั้น ผ่านกำลังพลและอากาศยานที่ประจำการอยู่ แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลลอนดอนได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะให้ความร่วมมือในภารกิจโจมตีเชิงรุกใดๆ ที่พุ่งเป้าไปที่อิหร่าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากท่าทีด้านการป้องกันประเทศแล้ว รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงแผนงานในอนาคต โดยระบุว่าสหราชอาณาจักรมีความพร้อมที่จะรับหน้าที่เป็นผู้นำในภารกิจทางเรือ เพื่อช่วยเหลือในการกู้และเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ทันทีที่สถานการณ์และเงื่อนไขต่างๆ มีความเหมาะสม
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งทางเรือที่มีความสำคัญระดับวิกฤตต่อระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักในการขนส่งพลังงานและน้ำมันดิบ ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพของประชาชนทั่วโลก การที่สหราชอาณาจักรแสดงความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยทางทะเลจึงเป็นการปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคไปในตัว
สตรีทติ้งกล่าวเสริมอีกว่า การรักษาความปลอดภัยและการคมนาคมทางเรือในเส้นทางดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น