Primark งัดกลยุทธ์ซูเปอร์มาร์เก็ต หั่นราคาเสื้อผ้าสู้ศึกออนไลน์
Primark ประกาศลดราคาเสื้อผ้าหลายร้อยรายการเพื่อดึงดูดลูกค้าและรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Temu และ Shein

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Primark ประกาศลดราคาเสื้อผ้าหลายร้อยรายการ เช่น กางเกงยีนส์และเสื้อกันหนาว
- เผชิญการแข่งขันรุนแรงจากร้านค้าออนไลน์ราคาประหยัดอย่าง Shein และ Temu
- ใช้กลยุทธ์หั่นราคาสินค้าหลักเพื่อดึงคนเข้าร้านคล้ายซูเปอร์มาร์เก็ตขาย นมและกล้วยราคาถูก
- เตรียมพร้อมก่อนบริษัทแม่ Associated British Foods แยกกิจการเข้าตลาดหุ้นลอนดอนปีหน้า
เมื่อพูดถึงการซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นราคาประหยัดในสหราชอาณาจักร ชื่อของ Primark มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจนักช้อปเสมอ แต่ในตอนนี้ภูมิทัศน์การแข่งขันกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นรายนี้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทกำลังปรับลดราคาเสื้อผ้าหลายร้อยรายการลง ซึ่งรวมถึงกางเกงยีนส์ เสื้อกันหนาว และถุงเท้า เพื่อดึงดูดลูกค้ากลับมาหลังจากเผชิญยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง
เบื้องหลังการปรับลดราคาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาผ้า ค่าแรงขั้นต่ำ ค่าขนส่ง และค่าพลังงาน ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศอย่าง TikTok Shop และ Vinted รวมถึงคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Shein และ Temu ที่เข้ามาแย่งฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ไปอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่ากลยุทธ์นี้มีความคล้ายคลึงกับที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใช้ดึงดูดลูกค้าด้วยสินค้าจำเป็นราคาถูก
ความได้เปรียบด้านราคาของ Temu และ Shein นั้นมาจากการที่พวกเขาไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าเช่าร้านค้าจริง สินค้าส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และมีโมเดลธุรกิจที่มีประสิทธิภาพทำให้มีสินค้าเหลือค้างสต็อกน้อยมาก ตามรายงานการวิจัยจาก Mintel ในเดือนกรกฎาคม 2025 ระบุว่า 32% ของผู้หญิงอายุ 16-34 ปีที่ซื้อเสื้อผ้าออนไลน์เคยช้อปปิ้งกับ Shein ในช่วงปีที่ผ่านมา ในขณะที่ Primark แม้จะมีบริการคลิกแอนด์คอลเลกชัน แต่ก็ยังไม่มีบริการจัดส่งถึงบ้านเพื่อรักษานโยบายการดำเนินงานให้มีต้นทุนต่ำที่สุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่แบรนด์ค้าปลีกดั้งเดิมอย่าง Primark ต้องหันมาใช้กลยุทธ์ตัดราคาในสินค้ากลุ่มแกนหลัก (core items) สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลฟาสต์แฟชั่นแบบดั้งเดิมที่มีหน้าร้านขนาดใหญ่กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากอีคอมเมิร์ซข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานแบบเรียลไทม์ การลดราคาสินค้าบางรายการจึงทำหน้าที่เป็น 'Loss Leader' หรือตัวล่อลูกค้าให้เข้าร้าน เพื่อหวังว่าพวกเขาจะหยิบสินค้าอื่นๆ ติดมือกลับไปด้วยตามพฤติกรรมการซื้อแบบฉับพลัน (Impulse buying)
แม้ว่าการลดราคาลงสักสองสามปอนด์ต่อชิ้นอาจดูเหมือนไม่มากสำหรับลูกค้าทั่วไป แต่สำหรับธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (margins) ค่อนข้างแคบอย่าง Primark การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการรักษาความเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในยุคที่วิกฤตค่าครองชีพทำให้ผู้คนซื้อเสื้อผ้าน้อยลง โดยโฆษกของบริษัทระบุว่าราคาใหม่ที่ลดลงนี้จะคงอยู่ตลอดไปควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพและทรงของเสื้อผ้าให้ดียิ่งขึ้น
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น