ปัญหาเลนขวาเป็นเลนรถช้า ต้นเหตุความขัดแย้งบนท้องถนน
เจาะลึกปัญหาการขับรถแช่ขวาในประเทศไทย ที่กลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้ง บานปลายสู่อุบัติเหตุและการใช้อาวุธปืนบนท้องถนน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พฤติกรรมขับรถช้าแช่ขวา กีดขวางการจราจรและสร้างความหงุดหงิดให้ผู้ขับขี่อื่น
- การใช้ไฟสูงหรือบีบแตรเตือน มักนำไปสู่การตอบโต้ด้วยการเบรกใส่หรือขับรถปาดหน้า
- ปัญหาลุกลามถึงขั้นใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันบนท้องถนนจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
- กฎหมายกำหนดชัดเจน แม้ขับเร็วแต่มีคันที่เร็วกว่าก็ต้องหลบเข้าซ้าย
ปัญหาการขับรถบนท้องถนนในประเทศไทยมักพบเจอสถานการณ์ที่ผู้ขับขี่รถด้วยความเร็วต่ำเลือกที่จะขับแช่ขวาไว้ตลอดทาง จนทำให้รถคันอื่นที่ขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูงต้องคอยหาจังหวะแซง บางครั้งเมื่อผู้ขับขี่ที่รีบเร่งพยายามส่งสัญญาณขอทางด้วยการยกไฟสูงหรือบีบแตรเตือน แต่รถคันหน้ากลับเพิกเฉยหรือจงใจขับกั๊กช่องทางไว้ ทำให้สถานการณ์บนท้องถนนเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลายคนเลือกที่จะหลบหลีกไปเอง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่แสดงความไม่พอใจด้วยการยกไฟสูงหรือเปิดไฟไล่ในทำนองให้ไปหาทางแซงเอาเองตามความสะดวก
ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมของนักขับบางรายที่ยึดถือว่าตนเองก็เสียภาษีเช่นกัน จึงมีสิทธิ์ที่จะขับรถในเลนใดก็ได้ตามใจชอบ โดยไม่สนใจว่ารถคันอื่นจะได้รับความเดือดร้อนอย่างไร ส่งผลให้เลนขวาสุดบนถนนสายต่างๆ กลายเป็นเลนรถช้าไปโดยปริยาย สร้างความลำบากให้กับผู้ใช้เส้นทางที่ต้องคอยหาช่องทางเบี่ยงซ้ายเพื่อแซงขึ้นหน้าด้วยความยากลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ที่ขับช้าแช่ขวาถูกรถคันหลังยกไฟสูงหรือบีบแตรขอทาง แล้วเลือกที่จะตอบโต้ด้วยการเหยียบเบรกใส่รถคันหลังด้วยความโมโห เมื่อต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์ประกอบกับความใจร้อนของผู้ขับขี่บางรายที่พกพาอาวุธปืนติดตัวมาด้วย ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ จึงลุกลามกลายเป็นเหตุการณ์ไล่ปาดไล่เบียดกันจนรถตกถนน หรือรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมาแล้วหลายครั้งตามรายงานข่าวที่ปรากฏในสังคม
พฤติกรรมแช่ขวาไม่เพียงแต่สร้างความหงุดหงิดและเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการไหลเวียนของการจราจรโดยรวม การที่ช่องทางขวาสุดซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้รถที่ใช้ความเร็วสูงกว่าหรือต้องการแซงใช้งาน กลับถูกปิดกั้นด้วยรถที่ขับช้า ทำให้กระแสการจราจรสะสมและเกิดคอขวด การสร้างวินัยจราจรและการตระหนักรู้เรื่องการใช้ช่องทางตามความเร็ว (Keep Left) จึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในระยะยาว
ในด้านการบังคับใช้กฎหมายและการกวดขัน เจ้าหน้าที่ภาครัฐรวมถึงกรมการขนส่งทางบกมักจะเน้นการอบรมให้ความรู้เรื่องป้ายสัญลักษณ์และการขับขี่ปลอดภัย แต่กลับไม่มีการอบรมเรื่องวิธีการใช้ช่องทางจราจรที่ถูกต้องอย่างจริงจัง ในขณะที่การตั้งด่านหรือติดตั้งกล้องตรวจจับมักจะเน้นไปที่การตรวจจับรถที่ขับเกินอัตรากำหนดความเร็วเท่านั้น แต่รถที่ขับช้าแล้วแช่อยู่ในช่องทางขวากลับแทบไม่เคยถูกจับปรับเลย แม้แต่กล้องวงจรปิดบนถนนก็มีไว้สำหรับตรวจจับความเร็วโดยเฉพาะ ไม่มีอุปกรณ์หรือระบบตรวจตรารถที่ใช้ช่องทางผิดกฎหมายแต่อย่างใด
กฎหมายจราจรระบุไว้อย่างชัดเจนว่า แม้ผู้ขับขี่จะขับมาด้วยความเร็ว 140 หรือมากกว่านั้น แต่หากมีรถคันอื่นที่ขับมาด้วยความเร็วที่สูงกว่า ก็มีหน้าที่ต้องหลบเข้าช่องทางด้านซ้ายเพื่อให้รถคันดังกล่าวแซงผ่านไปในช่องทางที่ถูกต้องและปลอดภัย การมีน้ำใจและรู้จักคิดถึงความปลอดภัยของผู้อื่นมากกว่าความสะดวกสบายส่วนตน เช่น การยกไฟเพื่อเปลี่ยนเลนเข้าช่องทางกลางเมื่อเห็นรถด้านซ้ายเริ่มแซงขึ้นมา จะช่วยให้สภาพการจราจรไหลลื่นและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้ตัวว่าขับช้าจึงควรเปลี่ยนมาใช้เลนกลางหรือเลนซ้ายที่โล่งตามความเหมาะสม แทนที่จะขับคาขวาจนก่อให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้ร่วมทาง
ที่มา: Thairath Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น