ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวนที่นั่งบอร์ด Andreessen Horowitz

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังสอบสวน Andreessen Horowitz จากกรณีผู้บริหารนั่งบอร์ดบริษัทคู่แข่งอย่าง Databricks และ Fivetran โดยใช้กฎหมายเก่า

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
22 Aug 2026ที่มา: TechCrunch2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวนที่นั่งบอร์ด Andreessen Horowitz

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังสอบสวน Andreessen Horowitz นานเกือบปี
  • ปมเหตุจากพาร์ทเนอร์นั่งบอร์ดบริษัทคู่แข่ง Databricks และ Fivetran
  • เจ้าหน้าที่นำกฎหมายต่อต้านการผูกขาดอายุ 112 ปีมาบังคับใช้กับ VC

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หรือ DOJ กำลังดำเนินการตรวจสอบบริษัทร่วมลงทุนชื่อดังอย่าง Andreessen Horowitz ในประเด็นเกี่ยวกับการส่งผู้แทนเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการบริหารในบริษัทสตาร์ทอัพที่มีการแข่งขันกันเองในตลาด โดยสถานการณ์ดังกล่าวตกเป็นเป้าสายตาของหน่วยงานรัฐมาเป็นเวลานานเกือบหนึ่งปีเต็มแล้ว

ประเด็นความสนใจของทางการมุ่งเป้าไปที่การที่ Ben Horowitz ดำรงตำแหน่งบอร์ดบริหารอยู่ที่ Databricks ขณะที่ Martin Casado ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์อีกคนหนึ่งก็นั่งเป็นบอร์ดบริหารอยู่ที่ Fivetran ซึ่งทั้งสองบริษัทต่างทำธุรกิจแข่งขันกันในทางอ้อมหรือทางตรง

การที่พาร์ทเนอร์จากกองทุน VC เดียวกันเข้าไปนั่งบอร์ดในบริษัทคู่แข่ง ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวภายใต้กฎหมายแข่งขันทางการค้า เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงเรื่องการแบ่งปันข้อมูลลับทางการค้าหรือการประสานประโยชน์กันระหว่างคู่แข่ง ซึ่งในอดีตมาตรการลักษณะนี้มักใช้กับบริษัทขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบัน DOJ เริ่มหันมาเพ่งเล็งกลุ่มนักลงทุน Venture Capital มากขึ้น

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งในแวดวงธุรกิจ เนื่องจากทางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เลือกปัดฝุ่นกฎหมายต่อต้านการผูกขาดที่มีอายุยาวนานถึง 112 ปีขึ้นมาใช้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างหาได้ยากในการนำมาบังคับใช้กับกลุ่มบริษัทร่วมลงทุนหรือ VC ในลักษณะนี้

technology business corporate office exterior building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในขณะที่การนั่งบอร์ดในบริษัทพอร์ตโฟลิโอหลายแห่งถือเป็นเรื่องปกติทั่วไปของวงการลงทุน เพื่อช่วยให้คำแนะนำและดูแลทิศทางธุรกิจ แต่การที่บริษัทเหล่านั้นกลายมาเป็นคู่แข่งกันเองในภายหลัง กลับสร้างความท้าทายทางกฎหมายและดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแลในที่สุด

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้