Thunder + fiber-optic cabling used for seismic imaging
นักวิจัยใช้คลื่นเสียงจากพายุฝนฟ้าคะนองร่วมกับสายเคเบิลใยแก้วนำแสงในการสร้างภาพทางแผ่นดินไหว เพื่อสำรวจโครงสร้างใต้ผิวโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักวิจัยใช้คลื่นเสียงจากพายุฝนฟ้าคะนองศึกษาโครงสร้างใต้ผิวโลก
- นำสายเคเบิลใยแก้วนำแสงมาประยุกต์ใช้ในการตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหว
- วิธีใหม่นี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็นชั้นใต้ดินได้ละเอียดมากขึ้น
ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิธีการใหม่ในการสำรวจโครงสร้างใต้พื้นผิวโลกโดยอาศัยปรากฏการณ์ธรรมชาติ โดยพวกเขาเลือกใช้คลื่นแผ่นดินไหวขนาดย่อมที่เกิดขึ้นจากเสียงคำรามของพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งให้พลังงานมากพอที่จะสะท้อนชั้นหินและดินลึกลงไปข้างล่าง
เทคนิคดังกล่าวไม่ได้พึ่งพาเครื่องมือตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนแบบดั้งเดิมที่มีราคาแพงและติดตั้งยาก แต่หันมาใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วอย่างสายเคเบิลใยแก้วนำแสง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงหรือที่เรียกว่า Distributed Acoustic Sensing (DAS) ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในธรณีฟิสิกส์ เพราะช่วยเปลี่ยนสายสื่อสารโทรคมนาคมทั่วไปให้กลายเป็นเครือข่ายเซ็นเซอร์แผ่นดินไหวความหนาแน่นสูง ประหยัดทั้งงบประมาณและเวลาในการติดตั้งอุปกรณ์ภาคสนาม
ข้อมูลคลื่นเสียงจากฟ้าผ่าและฟ้าคะนองที่บันทึกได้ผ่านสายเคเบิลนี้ จะช่วยให้นักวิจัยสามารถประเมินลักษณะทางธรณีวิทยาและความหนาแน่นของชั้นดินหินในระดับตื้นได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาภัยพิบัติและการวางผังเมือง
ที่มา: Ars Technica
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น