ไฟป่าลามหนักใกล้เมืองบอร์โดซ์ อพยพประชาชนนับหมื่นรายทั่วฝรั่งเศสและสเปน
เจ้าหน้าที่ระดมกำลังดับไฟป่าครั้งใหญ่ใกล้เมืองบอร์โดซ์ หลังประชาชนกว่า 55,000 คนต้องอพยพหนีตายข้ามคืน ขณะที่วิกฤตภัยแล้งลามกระทบหลายประเทศในยุโรป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ประชาชนกว่า 55,000 คนอพยพหนีไฟป่าในภูมิภาคฌีรงด์ช่วงข้ามคืนวันอาทิตย์
- พื้นที่ป่าเสียหายทั่วฝรั่งเศสทะลุ 42,000 เฮกตาร์ สูงสุดครั้งหนึ่งตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
- ปิดทางหลวงสาย A63 ระยะทาง 60 กิโลเมตร เนื่องจากไฟลุกลามและควันหนาแน่น
- การแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์ในสนามสุดท้ายถูกปรับลดระยะทางเหลือ 89 กิโลเมตร
สถานการณ์ไฟป่าในทวีปยุโรปทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสและสเปน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 330,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมเพลิงที่โหมกระหน่ำบริเวณใกล้กับเมืองบอร์โดซ์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านไร่องุ่น ส่งผลให้มีผู้คนนับหมื่นชีวิตต้องรีบอพยพหนีภัยกันอย่างอลหม่าน
โทมัส กาเซนาฟ นายกเทศมนตรีเมืองบอร์โดซ์ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เปลวเพลิงอยู่ห่างจากเขตรอบนอกของเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากใจกลางเมืองราว 25 ถึง 30 กิโลเมตร พร้อมทั้งระบุว่าโอกาสที่เมืองบอร์โดซ์จะต้องถูกอพยพยังมีค่อนข้างน้อย ทั้งนี้ ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ มีประชาชนประมาณ 55,000 คนถูกอพยพออกจากหมู่บ้านทางตอนใต้ของเมืองในภูมิภาคฌีรงด์แล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ฝรั่งเศสถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด โดยมีพื้นที่ป่าถูกเผาทำลายไปแล้วถึง 42,000 เฮกตาร์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ส่งผลให้ยอดพื้นที่เสียหายทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปีพุ่งสูงถึงประมาณ 98,000 เฮกตาร์ และมีผู้คนในแถบตะวันตกเฉียงใต้ต้องอพยพรวมกันมากกว่า 220,000 คนแล้ว
วิกฤตไฟป่าในยุโรปช่วงฤดูร้อนมักทวีความรุนแรงจากคลื่นความร้อน (Heatwave) และภาวะภัยแล้งสะสม ซึ่งทำให้พืชพรรณแห้งกรอบกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ประกอบกับกระแสลมแรงที่ช่วยโหมไฟให้ลุกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่ง รวมถึงกิจกรรมระดับประเทศ เช่น การแข่งขันจักรยานทางไกลตูร์เดอฟรองซ์ที่ต้องปรับเปลี่ยนแผนเพื่อสนับสนุนภารกิจกู้ภัย
ความพยายามในการดับเพลิงครั้งนี้ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่ในภูมิภาคฌีรงด์ ซึ่งประกอบด้วยนักดับเพลิง 2,500 นาย รวมถึงทีมสนับสนุนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทหารอีก 1,500 นาย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังกسารรักษากฎหมายเกือบ 1,200 นาย ที่ช่วยกันอพยพชาวบ้านและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ท่ามกลางสภาพอากาศแห้งแล้งและลมพัดแรงที่ทำให้ไฟลุกลามเข้าใกล้เส้นทางคมนาคมจนต้องสั่งปิดถนนหลวงสาย A63 ช่วงที่มุ่งหน้าไปยังประเทศสเปนเป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร นอกจากนี้ ฝ่ายจัดแข่งขันจักรยานทางไกลตูร์เดอฟรองซ์ในกรุงปารีส ยังต้องลดระยะทางแข่งขันในวันอาทิตย์จาก 133 กิโลเมตร เหลือเพียง 89 กิโลเมตร เพื่อโยกกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วยภารกิจดับไฟป่า
"จำเป็นต้องมีข้อตกลงระดับชาติครั้งใหญ่เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ"
โธมัส กาเซนาฟ
ทางด้านสถานการณ์ในประเทศสเปนก็ยังคงน่าวิตกเช่นกัน โดยไฟป่ายังคงขยายวงกว้างและบังคับให้มีผู้คนกว่า 90,000 คนต้องอพยพหนีตายจากภูมิภาคโดยรอบกรุงมาดริดและอาบีลา นอกจากนี้ในช่วงข้ามคืนวันอาทิตย์ ยังเกิดแนวไฟป่าจุดใหม่ปะทุขึ้นใกล้เมืองชายฝั่งอย่างบาเลนเซีย โดยปิลาร์ เบร์นาเบ ผู้แทนรัฐบาลกลางประจำแคว้นบาเลนเซีย ระบุว่าสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มเลวร้ายลงตลอดทั้งวันอาทิตย์ เนื่องจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงและความชื้นในอากาศที่ลดต่ำลง
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น