ยิ่งชีพ แฉพิรุธเลือก สว. ลั่นเตรียมแฉข้อมูลลับหาก กกต.ไม่ฟ้อง
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ แถลงแฉพิรุธการเลือก สว. 2567 พร้อมเปิดข้อมูลสำนวนคดีฮั้ว ลั่นหาก กกต. ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องสงสัย 229 คน จะเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้ประชาชนรู้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ แถลงแฉพิรุธการเลือก สว. 2567 ในงาน "ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว." ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น
- พบความผิดปกติทั้งกลุ่มเสื้อเหลือง รถรับส่ง คะแนนไข่วิเคราะห์ความน่าจะเป็นได้ 1 ใน 5.56 ล้านล้านล้านครั้ง และการลงคะแนนซ้ำในหลายกลุ่ม
- อ้างมีผู้สมัคร สว. อ่างทอง โทรหา ภราดร และกรวีร์ ปริศนานันทกุล ในช่วงเช้าวันเลือกระดับประเทศ ทั้งที่ควรถูกยึดโทรศัพท์มือถือ
- ยื่นคำขาดหาก กกต. ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 229 คน หรือสั่งไม่ฟ้องใคร จะนำข้อมูลกว่า 9 หมื่นหน้ามาเปิดเผยต่อประชาชน
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ “ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.” พร้อมด้วยพยานผู้สมัคร สว. ได้แก่ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม และ น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน โดยมีนายสมภพ รัตนวลี และน.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายยิ่งชีพเปิดเผยถึงความผิดปกติในวันเลือก สว. ที่อิมแพค เมืองทองธานี โดยระบุว่าพบกลุ่มผู้สมัครสวมเสื้อเหลืองจับกลุ่มและมีรถรับส่ง ซึ่งเอกสารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าการแต่งกายสีเดียวกับเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อให้สะดวกต่อการพูดคุย นอกจากนี้ในช่วงตี 4 ยังพบรถตู้สีขาวทะเบียนบุรีรัมย์ รถเก๋ง และรถตู้สีดำทะเบียนกรุงเทพฯ จอดรอรับ ขณะที่การเลือกรอบไขพบผู้ได้คะแนนสูงเท่ากัน 6 คนใน 20 กลุ่ม มีรูปแบบเขียนหมายเลข 10 ช่องเหมือนกัน ซึ่งคำนวณแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 5.56 ล้านล้านล้านครั้งเท่านั้น
ในงานยังมีการเปิดเผยข้อมูลการลงคะแนนซ้ำในหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 4 จำนวน 20 ใบ, กลุ่ม 9 จำนวน 18 ใบ, กลุ่ม 10 จำนวน 22 ใบ และกลุ่ม 13 จำนวน 13 ใบ พร้อมระบุ 10 จังหวัดที่มีผู้ผ่านเข้ารอบสูงสุด โดยจังหวัดบุรีรัมย์มี สว. มากที่สุดถึง 14 คน ขณะที่ 13 จังหวัดไม่มี สว. เลย นอกจากนี้ยังพบ สว. ที่เป็นอดีตข้าราชการ 46 คน และผู้ประกอบการ 58 คน แต่ไม่มีตัวแทนจากกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศเลย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ไอลอว์ยังได้เปิดเผยเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่าง สว. ปี 2567 กับบุคคลในพรรคภูมิใจไทย โดยพบพี่น้องกัน 4 คู่ ได้แก่ นายประเทือง มนตรี พี่ชายนายนาที รัชกิจประการ, นายพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายอภิชาติ งามกมล พี่ชายนายไตรเทพ งามกมล และ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน พี่สาวนายพงษ์พันธ์ เหล่าประทาน รวมถึงพบ สว. ที่เคยเป็นผู้สมัคร สส. 6 ราย อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี 3 ราย และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา
"หากท่านสั่งฟ้องไปไม่ถึงแสดงว่า กกต.ไม่มีน้ำยา เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าที่มาของ กกต.ชุดนี้ 4 คนมาจาก สว.ชุดนี้ ซึ่งเราต้องรอดูว่าหากมีการลงมติ สว. 4 คนนี้จะโหวตอย่างไร"
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
การเปิดเผยสำนวนคดีฮั้ว สว. ของไอลอว์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไทยผ่านกลไกภาคประชาสังคม เนื่องจากคดีดังกล่าวมีผลผูกพันกับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองระดับประเทศและการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต หากองค์กรอิสระอย่าง กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องหรือตัดตอนคดี ย่อมส่งผลให้ข้อครหาเรื่องความโปร่งใสในระบบเลือกตั้งทางอ้อมนี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญทางกฎหมายและการเมืองไทยต่อไป
นายยิ่งชีพกล่าวอ้างถึงคำให้การและข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้สมัคร สว. จากจังหวัดอ่างทอง โดยระบุว่าในเช้าวันเลือกระดับประเทศ มีการโทรศัพท์ติดต่อไปหานายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้สมัครทุกคนควรถูกยึดโทรศัพท์มือถือตามระเบียบแล้ว
ท้ายที่สุด นายยิ่งชีพได้เรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 229 คนในสำนวนคดีฮั้ว สว. โดยประกาศย้ำว่าหาก กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องใคร หรือสั่งยกคำร้องบางราย ทางไอลอว์จะนำข้อมูลจากกองเอกสารสำนวนคดีกว่า 9 หมื่นหน้ามาเปิดเผยต่อสาธารณชนทันที โดยไม่ปล่อยให้บุคคลใดลอยนวลพ้นผิด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น