ภราดรแจงปมผู้สมัคร ส.ว.อ่างทองโทรหา ชี้จำไม่ได้ผ่านไป 2 ปี
นายภราดร ปริริยานนท์ เผยกรณีมีผู้สมัคร ส.ว.อ่างทองโทรหา ระบุจำไม่ได้เพราะผ่านไป 2 ปี และรับสายเป็นร้อยเป็นพัน พร้อมโต้ข่าวใส่ร้ายทางการเมือง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายภราดรชี้แจงกรณีผู้สมัคร ส.ว.อ่างทองโทรหา ระบุจำไม่ได้เพราะผ่านมานาน 2 ปี
- เผยเหตุรับสายมากถึงหลักร้อยหลักพันสายต่อวันในการทำงานการเมือง
- โต้กลับขบวนการทำข้อมูลเท็จใส่ร้ายป้ายสีเพื่อหวังผลทางการเมือง
- ย้ำจุดยืนไม่ปฏิเสธการถูกตรวจสอบ แต่ปฏิเสธการใช้ข้อกล่าวหาที่ยังไม่พิสูจน์
จากกรณีประเด็นร้อนทางการเมืองที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ล่าสุด นายภราดร ปริริยานนท์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จากจังหวัดอ่างทองโทรศัพท์เข้ามาหา โดยเจ้าตัวยอมรับตามตรงว่าไม่สามารถจดจำรายละเอียดดังกล่าวได้ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาเป็นเวลาถึง 2 ปีแล้ว ประกอบกับหน้าที่การทำงานที่ต้องรับสายโทรศัพท์จากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากในแต่ละวัน
นายภราดรระบุเพิ่มเติมในประเด็นเดียวกันนี้ว่า ในฐานะนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ การรับโทรศัพท์วันละหลายร้อยหรือเป็นพันสายถือเป็นเรื่องปกติวิสัยที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ทำให้การจะจดจำสายโทรศัพท์สายใดสายหนึ่งจากอดีตเป็นเรื่องทำได้ยากยิ่ง พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของกระแสข่าวที่เกิดขึ้นว่าสะท้อนถึงบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมุมมองของนายภราดร สถานการณ์ที่มีการนำชื่อของตนเองไปใส่ไว้ในตารางข้อมูลแล้วเชื่อมโยงกับบุคคลต่างๆ เพื่อกล่าวหาหรือป้ายสีนั้น ถือเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ที่ต้องการมุ่งโจมตีทางการเมืองคอยผลิตและเผยแพร่ชุดข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมาโจมตีฝ่ายตรงข้าม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วสังคมตั้งคำถามกลับไปว่าขบวนการทำเช่นนี้แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของใครกันแน่
"ผมไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่ปฏิเสธการเอาข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่พิสูจน์ มาตัดสินความผิดของคน"
นายภราดร ปริริยานนท์
คำกล่าวข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนต่อกระบวนการตรวจสอบทางการเมือง โดยนายภราดรเน้นย้ำว่าตนเองพร้อมเปิดรับและยินดีให้ทุกภาคส่วนเข้ามาตรวจสอบการทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ไม่ยอมรับคือการนำเอาข้อมูลหรือข้อกล่าวหาลอยๆ ที่ยังผ่านกระบวนการพิสูจน์ความจริงมาใช้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินความผิดพลาดของบุคคลอื่น
การชี้แจงของนายภราดรในครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหา 'สงครามข้อมูลข่าวสาร' (Information Warfare) ในแวดวงการเมืองไทยยุคปัจจุบัน ที่มักมีการนำข้อมูลดิบ รายชื่อ หรือบันทึกการติดต่อมาเผยแพร่ในลักษณะตัดต่อหรือตีความไปในทางลบ เพื่อสร้างความเสื่อมเสียแก่คู่แข่งทางการเมืองโดยยังไม่มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางกฎหมายมารองรับ ซึ่งเหตุการณ์ทำนองนี้มักเกิดขึ้นถี่ในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งสูง หรือมีวาระการตรวจสอบสำคัญในระดับประเทศ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น