ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมายเปิดทางศาลแรงงานพิจารณาคดีอาญา
ครม.เห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ให้ศาลแรงงานพิจารณาคดีอาญาครอบคลุม 11 ฉบับ ลดภาระคู่ความและตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครม.เห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ให้ศาลแรงงานพิจารณาคดีอาญาได้
- ครอบคลุมกฎหมายแรงงาน 11 ฉบับ เช่น คุ้มครองแรงงานและประกันสังคม
- ยกเว้นคดีค้ามนุษย์ให้อยู่ในอำนาจของศาลอาญาทั่วไปตามเดิม
นางสาวลลิดาเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งมีสาระสำคัญในการขยายขอบเขตอำนาจของศาลแรงงาน ให้สามารถพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงานได้ จากเดิมที่อำนาจพิจารณาจำกัดอยู่เพียงคดีแรงงานในส่วนที่ไม่รวมคดีอาญาเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหาข้อพิพาทที่มีทั้งส่วนแพ่งและอาญา ซึ่งเดิมทีคู่ความต้องแยกดำเนินการในศาลคนละแห่ง ทำให้เสียเวลาและเพิ่มภาระในกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก
การปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวจะทำให้คดีอาญาภายใต้กฎหมายแรงงานได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่มีความรู้ความเข้าใจและเชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานโดยตรง โดยขอบเขตอำนาจใหม่นี้จะครอบคลุมความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานรวมถึง 11 ฉบับสำคัญ
สำหรับกฎหมาย 11 ฉบับที่อยู่ในขอบเขตอำนาจใหม่ของศาลแรงงาน ประกอบด้วย:
- กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน
- กฎหมายคุ้มครองแรงงาน และการคุ้มครองแรงงานในงานประมง
- กฎหมายจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน รวมถึงบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
- กฎหมายประกันสังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย เงินทดแทน และแรงงานทางทะเล
- กฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และแรงงานสัมพันธ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"สาระสำคัญของการแก้กฎหมายครั้งนี้ คือทำให้คดีอาญาที่เกิดจากกฎหมายแรงงานสามารถเข้าสู่ศาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านแรงงานได้โดยตรง"
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังได้วางหลักเกณฑ์กรณีที่มีความผิดหลายข้อหา หากเป็นการกระทำครั้งเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทและมีอย่างน้อยหนึ่งบทอยู่ในอำนาจศาลแรงงาน ศาลแรงงานจะสามารถพิจารณาความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกันได้ ส่วนกรณีที่มีหลายการกระทำเกี่ยวเนื่องกัน ศาลสามารถพิจารณารวมกันหรือแยกคดีไปยังศาลที่มีอำนาจโดยคำนึงถึงความสะดวกและความยุติธรรมเป็นหลัก ขณะที่การอุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญาจะยื่นต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
การขยายอำนาจศาลแรงงานให้ครอบคลุมคดีอาญาถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางแรงงานของไทย เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาการแบ่งแยกศาลระหว่างคดีแพ่งและคดีอาญาในข้อพิพาทเดียวกันสร้างภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่ายแก่ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง การรวมศูนย์ไว้ที่ศาลชำนัญพิเศษจะช่วยให้การวินิจฉัยพฤติการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีมีความต่อเนื่อง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่มีความซับซ้อนขึ้นในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นอย่างชัดเจนโดยแยก "คดีค้ามนุษย์" ออกจากอำนาจศาลแรงงาน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง โดยให้แก้ไข พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ควบคู่กันไปเพื่อให้คดีดังกล่าวยังคงอยู่ในศาลอาญาทั่วไป สำหรับคดีอาญาที่ค้างพิจารณาก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ ให้ศาลเดิมดำเนินกระบวนการต่อไปจนถึงที่สุด ส่วนขั้นตอนต่อไปร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น