ข้ามไปเนื้อหาหลัก

SPACE-F Batch 7: เจาะลึก 4 สตาร์ตอัปใช้ Data พัฒนา FoodTech

ถอดบทเรียน 4 สตาร์ตอัปจาก SPACE-F Batch 7 ที่ใช้ข้อมูลตั้งแต่ระดับโมเลกุลถึงค้าปลีก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม FoodTech ให้ตรงใจผู้บริโภคยิ่งขึ้น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
26 Aug 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 19 Sep 2026
แชร์
SPACE-F Batch 7: เจาะลึก 4 สตาร์ตอัปใช้ Data พัฒนา FoodTech

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อุตสาหกรรม FoodTech ยุคใหม่แข่งขันกันด้วยการใช้ Data เพื่อเข้าใจความต้องการเชิงลึก
  • Kresko RNAtech และ BeNatureBioLab ใช้ข้อมูลพัฒนาส่วนผสมระดับโมเลกุลและเพิ่มการดูดซึม
  • ComexSoft และ SicPama ใช้ข้อมูลตลาดและพฤติกรรมลูกค้าเพิ่มยอดขายค้าปลีกและร้านอาหาร

วงการอาหารปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่อีกขั้นของการแข่งขัน เมื่อผู้ผลิตมีทางเลือกด้านวัตถุดิบและลดการสูญเสียในกระบวนการได้ดีขึ้น ความท้าทายจึงตกอยู่ที่การทำความเข้าใจร่างกายและพฤติกรรมลูกค้าให้ละเอียดกว่าเดิมด้วยข้อมูล

ข้อมูลในอุตสาหกรรมนี้แบ่งออกเป็นชุดข้อมูลจากภายในร่างกาย เช่น สารอาหารและข้อมูลระดับโมเลกุลสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ และข้อมูลจากตลาดหรือผู้บริโภค เช่น ราคาคู่แข่งและพฤติกรรมซื้อ เพื่อใช้ออกแบบข้อเสนอให้ตรงจุด โดย Mordor Intelligence ประเมินว่าตลาดโภชนาการเฉพาะบุคคลจะมีมูลค่าสูงถึง 18,620 ล้านดอลลาร์ในปี 2026

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

บทความนี้พาไปทำความรู้จักกับ 4 สตาร์ตอัปจากโครงการ SPACE-F Batch 7 ในฝั่ง Accelerator ได้แก่ Kresko RNAtech, BeNatureBioLab, ComexSoft และ SicPama ที่กำลังนำข้อมูลมาแก้โจทย์ตั้งแต่วันค้นหาสารสำคัญจนถึงระดับร้านอาหาร

การนำ Data มาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ไม่ใช่แค่การเก็บสถิติยอดขายทั่วไป แต่เป็นการเจาะลึกถึงระดับชีวโมเลกุลและการวิเคราะห์พฤติกรรมแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน

เริ่มต้นที่ Kresko RNAtech จากสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนตินา ที่มองหา bioactive RNA จากธรรมชาติเพื่อนำมาพัฒนาเป็นส่วนผสมใหม่ โดยใช้แพลตฟอร์ม Serkanto AI และ Machine Learning ช่วยคัดกรอง พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีทำให้ RNA มีความเสถียรสำหรับต่อยอดในอาหารฟังก์ชัน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

900%ยอดขายสายธุรกิจที่ใช้เครื่องมือ ComexSoft เพิ่มขึ้น
86%มูลค่าซื้อต่อบิลที่เพิ่มขึ้นจากกรณีใช้งาน Eroski

ด้าน BeNatureBioLab จากเกาหลีใต้ แก้โจทย์การนำสารสำคัญไปใช้ด้วยเทคโนโลยี HME-DDS ใช้กระบวนการอัดรีดแบบหลอมร้อนผสมสารสำคัญกับตัวพา เพื่อเพิ่มขนาดที่เล็กและยกระดับ Bioavailability หรือสัดส่วนที่ร่างกายพร้อมนำไปใช้จริง

ในฝั่งค้าปลีกและร้านอาหาร ComexSoft จากสเปนพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาดใกล้เคียงเวลาจริง ช่วยให้แบรนด์เห็นความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง โดยมีกรณีใช้งานกับ Eroski ที่ช่วยเพิ่มยอดขายสายธุรกิจถึง 900% และมูลค่าซื้อต่อบิลเพิ่มขึ้น 86% ขณะที่ SicPama จากเกาหลีใต้ใช้ระบบสั่งอาหารผ่าน QR Code เก็บประวัติการซื้อเพื่อทำ CRM ส่งข้อเสนอเฉพาะกลุ่ม ช่วยเพิ่มยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อโต๊ะมากกว่า 50%

"ข้อมูลช่วยให้ร้านส่งข้อเสนอเฉพาะกลุ่มและเพิ่มยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อโต๊ะได้มากกว่า 50%"

SicPama

ทั้ง 4 โมเดลนี้สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลได้เข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้นน้ำในการค้นหาสารสำคัญ ไปจนถึงปลายน้ำในการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารให้เติบโตอย่างแม่นยำ

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้