ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ทบทวนดับไฟใต้: พ.ต.อ.ทวีชี้เหตุเกือบ 100 จุดสะท้อนขบวนการ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เผยเหตุความไม่สงบเกือบ 100 จุดในชายแดนใต้ใช้คนกว่า 500 คน พร้อมวันมูหะมัดนอร์แนะรัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์และเปิดโต๊ะคุยบีอาร์เอ็น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
26 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ทบทวนดับไฟใต้: พ.ต.อ.ทวีชี้เหตุเกือบ 100 จุดสะท้อนขบวนการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พ.ต.อ.ทวีประเมินเหตุรุนแรงเกือบ 100 จุด ใช้กำลังพลกว่า 500 คน
  • มุ่งทำลายเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อรัฐโดยทำเป็นขบวนการ
  • เสนอเลิกใช้มิติความมั่นคงเดี่ยว หันเน้นความมั่นคงของประชาชน
  • วันมูหะมัดนอร์รับเป็นฝีมือบีอาร์เอ็น พร้อมเปิดทางพูดคุยใต้รัฐธรรมนูญ

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องทบทวนเชิงยุทธศาสตร์อีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์ก่อกวนไล่เลี่ยกันหลายสิบจุด ส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องระดับสูงต้องลงพื้นที่ตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่กระจายตัวอยู่ไล่เลี่ยกันหลายสิบจุด โดยประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะมีการก่อเหตุรวมกันเกือบ 100 จุด และคาดการณ์ว่าต้องใช้กำลังพลปฏิบัติการไม่ต่ำกว่า 500 คน พฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำร่วมกันเป็นขบวนการ มีเป้าหมายหลักเพื่อทำลายระบบเศรษฐกิจและทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อภาครัฐ

100จุดก่อเหตุโดยประมาณ
500กำลังคนปฏิบัติการ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.ทวีเสนอแนะว่า วิธีการใดที่เคยทำมาตลอดแล้วสภาพปัญหายังคงเดิม จำเป็นต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ต้องไม่ยึดติดกับมิติความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องยกระดับไปสู่ความมั่นคงของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนรูปแบบการแก้ปัญหาความมั่นคงใหม่ทั้งหมด และต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การทบทวนยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมที่เน้นการควบคุมความมั่นคงในรูปแบบดั้งเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ความซับซ้อนของสถานการณ์ในปัจจุบัน การเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักระหว่างมาตรการความเด็ดขาดกับการสร้างกระบวนการสันติภาพระยะยาว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในฝั่งของฝ่ายบริหาร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อหามาตรการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาการบูรณาการยังไม่แน่นหนาพอ ต่างคนต่างทำงาน และมีการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด พร้อมระบุว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มบีอาร์เอ็น

หากบีอาร์เอ็นอยากพูดคุย ก็ต้องเปิดโอกาส แต่ต้องพูดคุยบนพื้นฐานรัฐธรรมนูญไทย หากมีความมุ่งมั่นที่จะให้พื้นที่สงบสุข

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา

นายวันมูหะมัดนอร์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปตรงกันว่าต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน แม้วิธีการป้องกันเดิมอาจจะยังใช้งานได้ แต่ควรหามาตรการใหม่ๆ เข้ามาเสริม และหากกลุ่มบีอาร์เอ็นมีความต้องการพูดคุยเพื่อสร้างความสงบสุข ทางการก็พร้อมเปิดโอกาสภายใต้เงื่อนไขที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญไทย

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้