Dreame พับโปรเจกต์รถยนต์ติดจรวด หลังรัฐบาลจีนคุมเข้มเงินทุน
Dreame บริษัทผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่นชื่อดังจากจีน สั่งปิดโครงการรถยนต์ไฟฟ้าติดจรวด Project Starry Sky แล้ว หลังรัฐบาลจีนคุมเข้มเงินทุนและอุดหนุน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Dreame ปิดตัวโครงการรถยนต์ Project Starry Sky หลังเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีนหมดลง
- แผนกยานยนต์เคยมีพนักงานกว่า 1,000 คน ปัจจุบันเหลือเพียงพนักงานฝ่ายกฎหมายและ HR ไม่กี่คน
- รถต้นแบบติดจรวด Nebula Next ที่เปิดตัวในซานฟรานซิสโกถูกแฉว่าเป็นแค่รถบังคับวิทยะไร้แชสซี
- บริษัทจะหันมาโฟกัส 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ สมาร์ทโฮม, อุปกรณ์กลางแจ้ง, สมาร์ทโมบิลิตี้ และหุ่นยนต์
Dreame บริษัทผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่นยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่เคยประกาศตัวอยากก้าวขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ต้องพบกับจุดจบของความฝันในการสร้างรถยนต์พลังงานจรวดแล้ว หลังจากแหล่งข่าวรายงานว่าโปรเจกต์ดังกล่าวถูกพับเก็บลงอย่างเป็นทางการเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐที่เริ่มเข้มงวดมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว CarNewsChina รายงานว่าแผนกพัฒนายานยนต์ของบริษัทที่มีชื่อเรียกว่า "Project Starry Sky" เคยมีพนักงานประจำการอยู่มากกว่า 1,000 ชีวิต แต่ในเวลานี้กลับเหลือเพียงพนักงานฝ่ายกฎหมายและฝ่ายทรัพยากรบุคคลจำนวนหยิบมือเดียวเท่านั้นที่มีหน้าที่จัดการสะสางและปิดฉากการดำเนินงานทั้งหมด ทางด้าน Dreame ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าบริษัทได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานบางส่วนที่อยู่ในช่วงทดลอง และจะหันกลับมาทุ่มเทให้กับ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ สมาร์ทโฮม, อุปกรณ์กลางแจ้งและสวน, สมาร์ทโมบิลิตี้ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Embodied AI) โดยโฆษกของบริษัทยังไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมใดๆ ต่อเรื่องดังกล่าว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การตัดสินใจยุติโครงการครั้งนี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการที่รัฐบาลจีนประกาศใช้กฎระเบียบใหม่เพื่อยกระดับการตรวจสอบอุตสาหกรรมกองทุนภาคเอกชนมูลค่า 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีบริษัท Dreame เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการตรวจสอบดังกล่าว หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่นรายใหญ่ของโลก Dreame ได้ขยายขอบเขตธุรกิจออกไปอย่างรวดเร็วผ่านบริษัทลูกนับพันแห่งที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟน หุ่นยนต์ และรถยนต์ แต่ทว่าการขยายกิจการอย่างก้าวกระโดดนี้ส่วนใหญ่ได้รับการหนุนหลังจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลจีน ซึ่งล่าสุดสำนักข่าว CNBC รายงานว่าทางการเริ่มเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายเม็ดเงินเหล่านี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
ย้อนกลับไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Dreame เคยสร้างความฮือฮาให้กับผู้คนในงานนิทรรศการที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยการเผยโฉมรถยนต์ต้นแบบที่ชื่อว่า "Nebula Next 01 Jet Edition" ซึ่งมาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวและติดตั้งเครื่องยนต์จรวดคู่ที่อ้างว่าสามารถทำความเร่งจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 0.9วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ตัวรถยังคุยโม้ว่าใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตตชนิดมีส่วนผสมของซัลเฟอร์ ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงเป็นประวัติการณ์เกินกว่า 450 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัม และมีระยะวิ่งไกลกว่า 550 กิโลเมตร หรือราว 341.7ไมล์ พร้อมแรงขับดันจากบูสเตอร์จรวดสูงถึง 100 กิโลนิวตัน
ปรากฏการณ์ของรถยนต์ต้นแบบที่เน้นโฆษณาเกินจริงหรือที่เรียกว่า Vaporware มักเกิดขึ้นให้เห็นบ่อยครั้งในแวดวงสตาร์ทอัพเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้าที่พยายามระดมทุนหรือสร้างกระแสความสนใจจากสาธารณชน กรณีของ Dreame มีความคล้ายคลึงกับกรณีของ Faraday Future บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอีกแห่งที่เคยประสบปัญหาลักษณะเดียวกันเมื่อราวหนึ่งทศวรรษก่อน ทั้งในแง่ของการกล่าวอ้างสรรพคุณยานยนต์ที่ล้ำเกินขีดจำกัดทางฟิสิกส์ และปัญหาการใช้รีโมทคอนโทรลบังคับรถต้นแบบในการจัดแสดงนิทรรศการสาธารณะ
ทว่ายานยนต์ต้นแบบคันดังกล่าวกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย โดยเฉพาะข้อสงสัยพื้นฐานว่าบริษัทจะสามารถสร้างรถยนต์ที่มีอัตราเร่งความเร็วสูงขนาดนั้นโดยไม่ละเมิดกฎฟิสิกส์ได้อย่างไร ซึ่งดูเหมือนว่า Dreame จะไม่เคยมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับข้อสงสัยเหล่านี้ เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวเป็นเพียงภาพฝันหรือ Vaporware ของจริง โดยอดีตพนักงานได้เปิดเผยกับสำนักข่าว China Economy ว่ารถต้นแบบที่นำไปอวดโฉมในเมืองซานฟรานซิสโกนั้นไม่มีแชสซีรถยนต์จริงๆ อยู่ข้างใต้ และอาศัยการบังคับผ่านรีโมทคอนโทรลไร้สายเท่านั้น แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วรถยนต์ต้นแบบทั่วไปอาจไม่ใช่รถที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ แต่ระดับความหลอกลวงในกรณีนี้ก็นับว่าน่าตกใจไม่น้อย
ข่าวคราวการพับแผนรถยนต์จอมปลอมของ Dreame คงสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับคำสัญญาโอ้อวดหวือหวาจากบริษัทที่ไม่เคยสร้างรถยนต์มาก่อนแล้วอยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาประกาศสร้างรถยนต์ไฟฟ้า โดยกรณีของ Faraday Future ค่ายรถยนต์สัญชาติจีนอีกรายที่มีความทะเยอทะยานในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับหลากหลายรูปแบบ ก็เคยเผชิญหน้ากับปัญหาเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อเกือบทศวรรษก่อน พร้อมกับข้อกล่าวหาเรื่องการนำรถยนต์ไร้คนขับบังคับด้วยรีโมทคอนโทรลจากหลังเวทีมาจัดแสดงต่อหน้าสาธารณชนเช่นเดียวกัน
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น