ข้ามไปเนื้อหาหลัก

บาเดนอชจี้ นายกฯ ห้ามขึ้นภาษีปฏิรูประบบดูแลผู้สูงอายุ

เคมี บาเดนอช ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ย้ำพรรคอนุรักษ์นิยมพร้อมร่วมมือปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุ แต่ต้องไม่เพิ่มภาระภาษีหรือหนี้สินแก่คนรุ่นหลัง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
27 Jul 2026ที่มา: BBC Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
บาเดนอชจี้ นายกฯ ห้ามขึ้นภาษีปฏิรูประบบดูแลผู้สูงอายุ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เคมี บาเดนอช เขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องการปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุ
  • ย้ำเงื่อนไขต้องไม่ขึ้นภาษีหรือเพิ่มการกู้ยืมเงินที่จะตกเป็นภาระของคนรุ่นหลัง
  • เสนอให้ใช้วิธีลดงบประมาณรายจ่ายปัจจุบันมาเป็นทุนในการปฏิรูปแทน
  • เรียกร้องให้มีความเป็นธรรมต่อผู้ที่ออมเงินและเตรียมความพร้อมมาตลอดชีวิต

เคมี บาเดนอช ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงจุดยืนของพรรคอนุรักษ์นิยมในการสนับสนุนการปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุ (adult social care) แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่รัฐบาลต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ในจดหมายระบุว่า พรรคอนุรักษ์นิยมยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลและพรรคการเมืองอื่น ๆ ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ ทว่าการสนับสนุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแนวทางแก้ไขปัญหาต้องยึดมั่นในหลักการสำคัญสองประการเท่านั้น

"เดอะคอนเซอร์นาทีฟยินดีที่จะร่วมมือกับคุณและพรรคการเมืองอื่น ๆ ในการปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุ แต่เราจะสนับสนุนโซลูชันที่ยึดถือหลักการสำคัญสองประการเท่านั้น"

เคมี บาเดนอช

ประการแรก เธอย้ำว่าข้อเสนอใด ๆ จะต้องมีความเป็นธรรมต่อผู้คนที่ได้ "จัดสรรและออมเงินมาตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา" และประการที่สอง เงินทุนที่จะนำมาใช้ต้องมาจากการตัดลดงบประมาณรายจ่ายในปัจจุบัน โดยนายกรัฐมนตรี "ต้องตัดความเป็นไปได้เรื่องการขึ้นภาษีหรือการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นที่จะตกไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในการจ่ายชดใช้" ออกไปให้หมด

British politician speech press conference

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

บาเดนอชยังได้ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันว่า ภาคธุรกิจกำลังทยอยปิดตัวหรือย้ายฐานการผลิต อัตราการว่างงานของเยาวชนสูงกว่าในยูโรโซน และค่าครองชีพก็สร้างความยากลำบากอย่างแท้จริงให้กับประชาชนจำนวนมาก ดังนั้น สิ่งสุดท้ายที่สหราชอาณาจักรต้องการในตอนนี้คือการขึ้นภาษีรอบใหม่เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุ

การถกเถียงเรื่องระบบดูแลผู้สูงอายุ (Social Care) ในสหราชอาณาจักรกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีหลายยุคหลายสมัยพยายามหาทางออก โดยปัญหาหลักคือการแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและสวัสดิการผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นตามโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ การที่พรรคฝ่ายค้านออกมากดดันไม่ให้ขึ้นภาษีในยภาวะเศรษฐกิจเปราะบางเช่นนี้ จึงเป็นการสร้างแรงกดดันทางการเมืองครั้งสำคัญให้รัฐบาลต้องมองหาทางเลือกอื่นในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องการปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุในอังกฤษไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยย้อนกลับไปในปี 2009 แอนดี้ เบิร์นแฮม เคยเสนอระบบดูแลผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้ามาแล้ว สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และในอดีตผู้นำอย่าง บอริส จอห์นสัน หรือ เคียร์ สตาร์เมอร์ ต่างก็เคยเผชิญกับความท้าทายและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในการจัดการปัญหานี้เช่นกัน ขณะที่ เซอร์ เอ็ด เดวี ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ความพยายามครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการยุติวิกฤตการดูแลผู้สูงอายุอย่างแท้จริง

ที่มา: BBC Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้